นศพ. ปกรฐนิส ผลพิมาย
Ico64
นศพ. ปกรฐนิส ผลพิมาย

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
เครือข่าย
สมาชิก · ติดตาม: 0 · ผู้ติดตาม: 0

อ่าน: 16584
ความเห็น: 12

คำถาม : Drugs Affecting The Respiratory System

Ico48

ยาที่ออกฤทธิ์ต่อระบบทางเดินหายใจ

(Drugs Affecting The Respiratory System)

ยาสำหรับการไอ

ารไอ เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบ (reflex) ของร่างกายที่เกิดขึ้นเมื่อมีการระคายเคืองของเยื่อบุทางเดินหายใจ เนื่องจากมีสิ่งแปลกปลอม เช่น ฝุ่นละออง ควัน แบคทีเรีย หรือ secretion จากเยื่อบุทางเดินหายใจมากกว่าปกติ

กลไกการไอ จะเกิดขึ้นเมื่อตัวรับ (receptor) ได้รับสิ่งกระตุ้น จะส่งสัญญาณเข้าตาม afferent sensory nerve (vagus nerve) ไปสู่ศูนย์ควบคุมการไอ (Cough center) ที่ medulla แล้วจะส่ง efferent impulse ผ่านตามเส้นประสาทลงสู่กล้ามเนื้อหายใจ ซึ่งได้แก่กล้ามเนื้อกะบังลม หน้าท้อง ทรวงอก และหลอดลม เพื่อสั่งให้ไอ

อาการไอมี 2 แบบ คือ

1. อาการไอแบบมีเสมหะ (productive cough) การไอแบบนี้จะช่วยขับสิ่งแปลกปลอมที่ร่างกายไม่ต้องการออกจากทางเดินหายใจ ไม่ควรให้ยาระงับไอ เว้นเสียแต่ในกรณีที่การไอนั้นจะทำให้กระทบกระเทือนที่อาจ

เป็นอันตรายต่อผู้ป่วย เช่น อาการไอที่เกิดขึ้นภายหลังการผ่าตัดตา เป็นต้น

2. อาการไอแบบไม่มีเสมหะ (unproductive cough) มีลักษณะไอแห้ง ไอถี่ แต่ไม่มีเสมหะออก กรณีนี้

จำเป็นต้องให้ยาบรรเทาอาการไอ

ยาสำหรับการไอ แบ่งออกตามกลไกการออกฤทธิ์ ดังนี้

1. ยาระงับอาการไอ (ANTITUSSIVE)

เป็นยาที่มีฤทธิ์ในการลดความถี่และความรุนแรงของการไอลง แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ ๆ คือ

1.1 ประเภทที่ออกฤทธิ์ โดยการลดการระคายเคืองของปลายประสาทที่รับสัญญาณกระตุ้นให้เกิดการไอ (peripheral action) เช่น ยาอมที่ทำให้ชุ่มคอ (demulcent) หรือยาอมที่ผสมยาชาเฉพาะที่ โดยเฉพาะ benzonatate เหมาะสำหรับอาการไอที่เกิดจากการระคายคอ , เจ็บคอเนื่องจากการติดเชื้อไวรัส หรือจากน้ำมูกไหลลงคอ ไอไม่รุนแรง และไม่มีเสมหะ หรือมีเสมหะใสเล็กน้อย

1.2 ประเภทที่ออกฤทธิ์กดศูนย์ควบคุมเกี่ยวกับการไอ (Centrally action) ใช้สำหรับระงับอาการไอแห้งๆ

ไม่มีเสมหะ (หรือมีเสมหะใสเล็กน้อย) และมีอาการไอ ซึ่งค่อนข้างรุนแรง แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ

1.2.1 Narcotic antitussive เป็นยาแก้ไอที่ทำให้เสพติด มีฤทธิ์ระงับไอได้ดีมาก ได้แก่ อนุพันธ์ของ morphine เช่น codeine

1.2.2 Non-narcotic antitussive ยาในกลุ่มนี้มีฤทธิ์ระงับไอน้อยกว่าพวกแรก แต่ไม่มีฤทธิ์ทำให้

เสพติด เช่น dextromethorphan

 

P Narcotic Antitussive P

Codeine (Codipront)

เป็น natural alkaloid ที่ได้จากผลฝิ่น ออกฤทธิ์กดศูนย์การไอที่ medulla โดยตรง จึงใช้ระงับอาการไอ

ได้ผลดีมาก มีฤทธิ์แก้ปวดด้วย

เภสัชจลนศาสตร์ : Codeine จะถูกดูดซึมได้ดีจากทางเดินอาหาร เมื่อเข้าสู่กระแสโลหิตแล้วจะออกฤทธิ์ในเวลา 10-15 นาที และฤทธิ์อยู่ได้นานถึง 6 ชั่วโมง

ข้อบ่งใช้ : บรรเทาอาการไอและใช้เป็นยาแก้ปวด

อาการข้างเคียง : กดการหายใจ กดประสาทส่วนกลาง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องผูก ปากแห้ง ถ้าได้

รับยาเกินขนาดจะทำให้อารมณ์เคลิบเคลิ้มเป็นสุข และเสพติดได้

ขนาดใช้ : 5 - 20 มก. ทุก 4 - 6 ชั่วโมง (สูงสุดไม่เกิน 150 มก/วัน)

 

Non-Narcotic Antitussive

Dextromethorphan (Romilar)

เป็นอนุพันธ์ของ codeine ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ threshold สำหรับการไอสูงขึ้น

ไม่ทำให้เสพติด และไม่มีฤทธิ์ระงับอาการปวด ไม่กดการหายใจ ไม่ทำให้ง่วงนอน

เภสัชจลนศาสตร์ : dextromethorphan ถูกดูดซึมจากทางเดินอาหารได้ดี ออกฤทธิ์ภายใน 20 - 30 นาที และฤทธิ์อยู่นาน 3 - 5 ชั่วโมง

อาการข้างเคียง : พบน้อย เช่น ง่วงนอน คลื่นไส้ มึนศีรษะ

ข้อบ่งใช้ : ใช้ระงับอาการไอชนิดที่ไม่มีเสมหะ และควรใช้ด้วยความระมัดระวังในผู้ป่วยโรคตับ

ขนาดใช้ : 15 - 30 มก. วันละ 3 - 4 ครั้ง ( เด็ก : 5 - 10 mg วันละ 3 - 4 ครั้ง )

 

Noscapine (Tusscapine)

ยาออกฤทธิ์กดศูนย์การไอที่ medulla มีฤทธิ์แก้ไอแรงเท่า codeine มีฤทธิ์กระตุ้นการหายใจ เป็น weak bronchodilator ด้วย และไม่ทำให้เสพติด

เภสัชจลนศาสตร์ : noscapine ถูกดูดซึมได้ดีจากทางเดินอาหาร ออกฤทธิ์ภายใน 15 - 30 นาที และออกฤทธิ์นาน 4 ชั่วโมง

อาการข้างเคียง : มึนงง ปวดศีรษะ คลื่นไส้

ขนาดใช้ : 15 - 30 mg ทุก 4 - 6 ชม.

Diphenhydramine ( Benadryl)

เป็นยากลุ่ม antihistamine (H1 - blocker ) ใช้ในกรณีที่มีอาการไอเนื่องจากโรคภูมิแพ้ ซึ่งจะมีอาการไอแห้งๆติดต่อกันนานเกิน 2 สัปดาห์ หรือไอตลอดเดือนหรือตลอดปี โดยที่ผู้ป่วยมีสุขภาพดี และมักมีอาการ

คันจมูก คันคอ จามบ่อย และอาการไอจากการไหลของน้ำมูกลงคอ ( Postnasal drip )

ขนาดใช้ : 25 mg วันละ 3 - 4 ครั้ง ( เด็ก : 12.5 mg วันละ 3 - 4 ครั้ง )

ยาแก้ไอที่ FDA ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้จัดว่าเป็นยาที่มีประสิทธิภาพในการรักษาจริง และเป็นยาที่ปลอดภัยเมื่อใช้อย่างถูกต้อง ได้แก่ codeine, dextromethorphan และ diphenhydramine

2. ยาขับเสมหะ ( EXPECTORANTS )

ยาขับเสมหะ เป็นยาที่จะช่วยให้เสมหะมีความเหลวมากขึ้น โดยกระตุ้นให้มีน้ำหลั่งจากทางเดินหายใจมากขึ้น และเมื่อมีอาการไอจะถูกขับออกมาได้ง่ายขึ้น

ยาขับเสมหะที่นิยมใช้กันมีดังนี้

1. Ammonium chloride

ammonium chloride ออกฤทธิ์โดย ammonium ion ไปทำให้เกิดระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร แล้วเกิด reflex ไปกระตุ้นให้มีการหลั่งน้ำเมือกในทางเดินหายใจมากขึ้น

ฤทธิ์ข้างเคียงที่พบ คือ ระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะอาหาร ทำให้คลื่นไส้ อาเจียน และ ถ้าได้รับยาขนาดสูงถึง 6 - 8 กรัม/วัน จะทำให้เกิด metabolic acidosis, mental confusion, hypokalemia

ขนาดที่ใช้รับประทานเพื่อขับเสมหะคือ 300 มก. ทุก 2 - 4 ชั่วโมง โดยมากมักใช้ผสมร่วมกับยาตัวอื่นเพื่อระงับอาการไอ ห้ามใช้ในผู้ป่วยโรคตับ และไต

2. Guaifenesin (glyceryl guaiacolate)

guaifenesin ออกฤทธิ์กระตุ้นทำให้น้ำหลั่งจากทางเดินหายใจมากขึ้น ทำให้เสมหะอ่อนตัวและถูกขับออกไปได้ มักใช้ผสมกับตัวยาอื่นในยาเตรียมแก้ไอเพื่อช่วยขับเสมหะ

guaifenesin ถูกดูดซึมได้ดีจากทางเดินอาหาร และถูกขับออกทางปัสสาวะอย่างรวดเร็วในรูปของ

b - (2-methoxyphenoxy) lactic acid

ฤทธิ์ข้างเคียงพบได้น้อย ที่พบได้แก่ ปวดท้อง มึนงง

ขนาดที่ใช้ขับเสมหะคือ 100 - 200 มก. ทุก 3 - 4 ชั่วโมง

ข้อบ่งใช้คือ ใช้เป็นยาขับเสมหะ

3. Ipecacuanha

ออกฤทธิ์กระตุ้นการหลั่งของน้ำเมือกของทางเดินหายใจ โดยทำให้เกิดระคายเคืองเยื่อบุกระเพาะอาหาร

อาการพิษที่เกิดขึ้น คือ ระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร และถ้าใช้ยาขนาดมากจะทำให้เกิดการอาเจียนรุนแรง ท้องร่วงและอุจจาระเป็นเลือด หัวใจเต้นผิดจังหวะ ความดันโลหิตต่ำ

มักใช้ผสมร่วมกับตัวยาอื่น ๆ เพื่อใช้เป็นยาแก้ไอ รูปแบบที่นำมาใช้เพื่อขับเสมหะจะใช้อยู่ในรูปของยาน้ำเชื่อม (syrup) ขนาดที่ใช้รับประทานคือ 1 - 8 มล. พร้อมกับดื่มน้ำ 1 ถ้วย ถ้าไปใช้ในรูปของน้ำสกัด

(fluid extract) จะมีตัวยามากกว่าใน syrup จะทำให้เกิดอาการอาเจียนอย่างรุนแรงได้ ดังนั้น นอกจากจะใช้ ipecacuanha ในขนาดน้อยในการขับเสมหะแล้ว ยังสามารถใช้เป็นยาทำให้อาเจียนได้ในรายที่ได้รับสารพิษ

บางอย่างเข้าไป

 

3. ยาละลายเสมหะ (MUCOLYTIC AGENTS )

ยาที่ใช้ละลายเสมหะนั้นจะออกฤทธิ์โดยตรงต่อโครงสร้างของเสมหะ ลดความหนืดเหนียวของเสมหะ

ทำให้เสมหะเหลวตัว ถูกขับออกง่ายขึ้น ยาที่มีคุณสมบัติเป็น mucolytic drugs ได้แก่

1. acetylcysteine

ออกฤทธิ์ละลายเสมหะโดยกลุ่ม sulfhydryl ในโครงสร้างไปทำลาย disulfide bond ของ mucoprotein ของมูก (mucus) ทำให้มูกเหลวตัว acetylcysteine มีฤทธิ์ข้างเคียง คือ คลื่นไส้ อาเจียน น้ำมูกไหล sensitivity reaction และหลอดลมหดตัว ดังนั้นต้องระวังในผู้ป่วยที่เป็นโรคหืด

ข้อบ่งใช้ : ใช้เป็นยาละลายเสมหะในโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ ใช้รับประทานในรูปยาผง (Fluimucil) บรรจุอยู่ในซอง ตัวยา 100มก. ใช้ผสมน้ำรับประทานครั้งละ 1 - 2 ซอง วันละ 3 ครั้ง

2. Bromhexine (Bisolvon)

ออกฤทธิ์ละลายเสมหะโดยเพิ่ม lysosome activity ซึ่งทำให้มีการเพิ่ม secretion ของ enzyme ที่จะมา hydrolyse mucopolysaccharide fibril structure ของมูก ทำให้ มีความเหลวเพิ่มขึ้น

bromhexine ถูกดูดซึมจากทางเดินหาร และระดับยาสูงสุดในเลือดในเวลา 1 ชั่วโมง ภายหลังจากการ

รับประทาน เมื่อแปรสภาพแล้วจะถูกขับออกทางปัสสาวะเป็นส่วนใหญ่

ฤทธิ์ข้างเคียงต่อทางเดินอาหาร และอาจพบว่าอาจมีการเพิ่มระดับของ serum transaminase

ขนาดที่ใช้รับประทานในการละลายเสมหะคือ 8 - 16 มก. วันละ 3 - 4 ครั้ง

ข้อบ่งใช้คือ ใช้ละลายเสมหะในโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ

คำสำคัญ (keywords): ยา
ถามโดย: นศพ. ปกรฐนิส ผลพิมาย   Ask: นศพ. ปกรฐนิส ผลพิมาย   ยังไม่มีคำตอบ
สร้าง: 11 กันยายน 2550 18:03 ลิงก์ถาวร  

คำตอบ

Ico48
ไม่มีคำตอบ
ดอกไม้
Facebook
Twitter
Google

อ่านคำถามอื่นๆ

ความเห็น

Ico48
noi [IP: 115.67.160.114]
01 มีนาคม 2555 22:51
#741146

ขอบคุณครับ

Ico48
poo [IP: 115.67.6.135]
27 พฤษภาคม 2556 06:34
#766822

ลูก 2 คนเป็นหวัด ไข้ลดแล้ว แต่ทานยาน้ำแก้ไอ ขับแสมหะ มา 1 สัปดาห์แล้วยังไม่หายเลย เพื่อนให้ ยาผง flucil-ef Acetylcysteine 200 mg ไม่ทราบว่าให้เด็กทานได้ไหม มีผลข้างเคียงไรไหมคะ 3 ขวบ 6 ขวบ6ะ

ร่วมแสดงความเห็นในหน้านี้
ชื่อ:
อีเมล:
IP แอดเดรส: 50.16.132.180
ข้อความ:  
เรียกเครื่องมือจัดการข้อความ