ส่วนราชการที่คุ้มครองสิทธิมนุษยชน : กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
(RIGHTS AND LIBERTIES PROTECTION DEPARTMENT)
หลังประเทศไทยได้รับรองปฏิญญาสากลสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ในวันที่ ๑๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ และได้มีการจัดตั้ง องค์กรอิสระคือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแล้ว ในส่วนราชการก็ได้มีการจัดตั้ง กรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพ โดยได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและได้โอนภารกิจเกี่ยวกับด้านสิทธิมนุษยชนที่ได้ให้หน่วยงานอื่นได้ดำเนินการไปก่อนที่ยังไม่มีการจัดตั้งกรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพให้กับกระทรวงยุติธรรม โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ดำเนินการต่อนับตั้งแตวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๕ เป็นต้นมาตามหนังสือ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ด่วนมาก ที่ นร ๐๕๐๖/๑๔๒๑๗ ลงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๔๕
ซึ่งการจัดตั้งครั้งนี้มีที่มาจาก ข้อ ๗๑ ที่ประชุมระดับโลกว่าด้วยสิทธิมนุษยชนได้เสนอแนะให้แต่ละรัฐ พิจารณาความจำเป็นในการร่างแผนปฏิบัติการแห่งชาติ ในการกำหนดวิธีการซึ่งรัฐจะปรับปรุงการส่งเสริมและการให้ความคุ้มครองเรื่องสิทธิมนุษยชน
อีกทั้งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม จึงไดร่วมกับสถาบันวิจัยสังคมจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย ทบทวนนโยบายและแผนปฏิบัติการแม่บทแห่งชาติด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้ถูกต้องตรงกับข้อเท็จจริงของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในการปฏิรูประบบราชการ รวมทั้งใหสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้นภายใต้ชื่อว่า “แผนยุทธศาสตรด้านสิทธิมนุษยชน” เพื่อให้แผนฯ สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้อย่างแท้จริง
โดยปัจจุบันนี้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ใช้แผนสิทธิมนุษยชนแห่งฉบับที่ ๑ และกำลังมีการร่างแผนสิทธิมนุษยชนแห่งฉบับที่ ๒ อยู่
ทางด้านโครงสร้างของกรมคุมครองสิทธิและเสรีภาพในปัจจุบันแบ่งงานและภาระหน้าที่คร่าวๆดังนี้
๑.สำนักเลขานุการกรม
มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการทั่วไปของกรม และราชการอื่นที่มิได้แยกให้เป็นหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ
๒.กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ
มีอำนาจหน้าที่
(๑) พัฒนาระบบและมาตรการส่งเสริมให้ประชาชน
ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายด้วยความรวดเร็วและทั่วถึง
(๒) รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ
|
|
๓.กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท
มีอำนาจหน้าที่
(๑) ดำเนินการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท
โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
(๒)ประสานงานและส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศใน
การส่งเสริมการระงับข้อพิพาท
๔.กองส่งเสริมและเสรีภาพ
มีอำนาจหน้าที่
(๑) พัฒนาระบบและมาตรการส่งเสริมการเผยแพร่
ความรู้ทางกฎหมายและสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน
(๒) รณรงค์และส่งเสริมให้มีการปฎิบัติตามมาตรการทาง
กฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับ
การคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
๕.สำนักงานคุ้มครองพยาน
มีอำนาจหน้าที่
(๑) ดำเนินการคุ้มครองพยานตามกฎหมายว่า
ด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
๖.สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
มีอำนาจหน้าที่
(๑) ดำเนินการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหาย
และจำเลยในคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทน
ผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
เราจะเห็นได้ว่าในปัจจุบันประเทศไทยได้มีพัฒนาการด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนมากขึ้นตามลำดับโดยจะเห็นได้จากองค์กรที่ให้การคุ้มครองด้านสิทธิมนุษยชนมีการขึ้นและครอบครุมมากขึ้นกว่าแต่ก่อน และเห็นได้เป็นรูปธรรม ทั้งนี้เพื่อให้เป็นไปตามที่ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีด้านการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน
เรียบเรียงโดย นายไตรภพ สีแก้วนิตย์
5001680692
21 เมษายน 2551 เวลา 19.33 น.
ค้นคว้าข้อมูลจาก http://www.rlpd.moj.go.th
อ่านไปฟังไปเพลินๆดี ^ ^
30 เมษายน 2551 23:11
#247699
ขอบคุณที่ช่วยผมรวบชุดความรู้ชุดนี้นะครับ ผมสร้างลิงค์ของบันทึกนี้ใน...
Human-right-GO Portal !
รวมลิงค์ภาคราชการไทยเที่ยวเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน
ให้เรียบแล้วแล้วนะครับ คลิกดูได้เลยครับ
วรุตม์ หอสิมะสถาพร