กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
จุดมุ่งหมายสูงสุดของกระบวนการยุติธรรม คือ การสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคม โดยการป้องกันแก้ไขปัญหาอาชญากรรม การคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การป้องกันแก้ไขข้อพิพาทขัดแย้ง และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ที่มุ่งถึงความสัมฤทธิ์ผลของความยุติธรรมบนพื้นฐานของมนุษยธรรม และการคุ้มครองสิทธิ แต่เนื่องจากยังมีสภาพปัญหาหลายประการที่ขัดขวางมิให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงความยุติธรรม เช่น
1. การไม่มีความรู้ ความเข้าใจในบทบัญญัติของกฎหมาย และสิทธิเสรีภาพที่พึงมีพึงได้โดยชอบธรรม ทำให้ประชาชนถูกเอารัดเอาเปรียบและล่วงละเมิดสิทธิจากบุคคลที่อยู่ในภาวะที่เหนือกว่า ดังนั้น ความยุติธรรมที่เกิดขึ้นนั้นมิได้หมายถึงการหยิบยื่นให้จากรัฐแต่เพียงฝ่ายเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพด้วยตัวของประชาชนเอง
2. ความยากจนของประชาชนที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงความยุติธรรม เนื่องจากกระบวนการดำเนินคดีนั้น คู่ความจำเป็นที่จะต้องจัดจ้างทนายเพื่อต่อสู้คดีทำให้ประชาชนยากจนไม่สามารถดำเนินการได้
3. ประชาชนผู้เสียหายจากอาชญากรรม และจากกระบวนการยุติธรรมเป็นผู้บริสุทธิ์ไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาตามหลักสิทธิมนุษยชน หรือละเลยต่อผู้เสียหาย ซึ่งประชาชนผู้เสียหายเหล่านี้ต้องสูญเสียอิสรภาพในชีวิต ร่างกาย เกิดความพิการ หรือสูญเสียชีวิต สร้างความเสียหายต่อสิทธิประโยชน์ที่พึงมีพึงได้
4. กระบวนการยุติธรรม ขาดศักยภาพในการพัฒนาทางเลือกความยุติธรรมให้กับประชาชน กล่าวคือ แนวคิดดั้งเดิมความยุติธรรมเป็นสิ่งที่รัฐหยิบยื่นให้ประชาชนจากกระบวนการพิจารณาคดีเท่านั้น ส่งผลให้ประชาชนต้องสูญเสียโอกาสต่าง ๆ มากมาย สิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่าย สูญเสียอิสรภาพโดยมิควรและปิดกั้นโอกาสของผู้ยากจน ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรม
จากสถานการณ์ดังกล่าวจะพบว่า กระบวนการยุติธรรม ยังไม่มีหน่วยงานกลางในการประสานงาน เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความยุติธรรม หรือถูกล่วงละเมิดสิทธิด้วยการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือช่วยบรรเทาปัญหาในเบื้องต้นทั้งในเชิงรุกและรับ จึงทำให้ประชาชนที่ถูกละเมิดสิทธิขาดที่พึ่งในการเข้าถึงความยุติธรรม ซึ่งรัฐบาลได้ตระหนักและเห็นความสำคัญ กอปรกับมีการปฏิรูประบบราชการใหม่ จึงได้มีการจัดตั้งกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพขึ้น เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม2545 ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2545
หน้าที่ของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ มีดังต่อไปนี้
1) สำนักเลขานุการกรม
มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการปฏิบัติราชการทั่วไปของกรม และราชการอื่นที่มิได้แยกให้เป็นหน้าที่ของกองหรือส่วนราชการใดโดยเฉพาะ อำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้รวมถึง
(ก) ปฏิบัติงานของสารบรรณ
(ข) ดำเนินการเกี่ยวกับงานช่วยอำนวยการและงานเลขานุการของกรม
(ค) ดำเนินการเบื้องต้นเกี่ยวกับแผนงาน การเงิน การบัญชี การงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่ และยานพาหนะของกรม
(ง) ดำเนินการเบื้องต้นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของกรม
(จ) ดำเนินการเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่กิจการความรู้ ความก้าวหน้า และผลงานของกรม
(ฉ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
2) กองพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ
มีอำนาจหน้าที่
(ก) พัฒนาระบบและมาตรการส่งเสริมให้ประชาชนได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายด้วยความรวดเร็วและทั่วถึง
(ข) รับเรื่องราวร้องทุกข์เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ
(ค) ให้คำปรึกษา แนะนำด้านกฎหมายและสิทธิต่างๆ แก่ประชาชน และหรือส่งต่อหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง
(ง) ประสานงานให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ตกเป็นเหยื่ออาชญากรรม
(จ) รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเกี่ยวกับอรรถคดีเพื่อการปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือ ข้อบังคับอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ
(ฉ) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานพิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ
(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
(3) กองส่งเสริมการระงับข้อพิพาท
มีอำนาจหน้าที่
(ก) พัฒนาระบบและมาตรการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
(ข) ดำเนินการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท โดยเน้นการมีส่วนร่วมของประชาชนและชุมชน
(ค) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการจัดอบรมหรือเผยแพร่ความรู้แก่ชุมชน เพื่อส่งเสริมการระงับข้อพิพาท
(ง)ประสานงานและส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศในการส่งเสริมการระงับข้อพิพาท
(จ) ศึกษา วิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบการระงับข้อพิพาท
(ฉ) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมการระงับข้อพิพาท
(ช) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
4) กองส่งเสริมและเสรีภาพ
มีอำนาจหน้าที่
ก) พัฒนาระบบและมาตรการส่งเสริมการเผยแพร่ความรู้ทางกฎหมายและสิทธิเสรีภาพแก่ประชาชน
(ข)ประสานงานและส่งเสริมความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเพื่อเผยแพร่ความรู้และการฝึกอบรมด้านสิทธิและเสรีภาพ
(ค) รณรงค์และส่งเสริมให้มีการปฎิบัติตามมาตรการทางกฎหมายและพันธกรณีระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
(ง) ส่งเสริมและดำเนินการปฏิบัติตามแผนปฏิบัติการด้านสิทธิมนุษยชน
(จ) ศึกษา วิเคราะห์เพื่อพัฒนาระบบการส่งเสริมการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
(ฉ) ปรับปรุง แก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับ ตลอดจนมาตรการต่างๆที่เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
(ช) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
(ซ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฎิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
5) สำนักงานคุ้มครองพยาน
มีอำนาจหน้าที่
(ก) ดำเนินการคุ้มครองพยานตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองพยานในคดีอาญา
(ข) ประสานงานกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการคุ้มครองพยาน
(ค) พัฒนาระบบและมาตรการคุ้มครองพยานให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
(ง) เสนอแนะ ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือข้อบังคับ ตลอดจนมาตรการต่างๆในการคุ้มครองพยาน
(จ) ติดตามและประเมินผลการดำเนินการคุ้มครองพยาน
(ฉ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฎิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
6) สำนักงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
มีอำนาจหน้าที่
(ก) ดำเนินการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตามกฎหมายว่าด้วยค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา
(ข) ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อประโยชน์ในการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญาตามที่กฎหมายกำหนด
(ค) เสนอแนะ ปรับปรุง และแก้ไขกฎหมาย กฎ หรือข้อบังคับ ตลอดจนมาตรการต่างๆ ในการช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
(ง) ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้เสียหายและจำเลยในคดีอาญา
(จ) ปฏิบัติงานร่วมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องหรือที่ได้รับมอบหมาย
หน้าที่หนึ่งของรัฐคือ ให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนเมื่อเกิดกรณีพิพาทขึ้น โดยอาศัยกระบวนการยุติธรรม ซึ่งกระบวนการยุติธรรมนั้นควรเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้เท่าเทียมกัน สิทธิและเสรีภาพของแต่ละคนควรได้รับการคุ้มครองอย่างเป็นธรรม เมื่อเกิดกรณีพิพาทขึ้นประชาชนทุกคนมีสิทธิได้รับความยุติธรรม ตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยอมรับก็คือ ไม่ใช่ประชาชนทุกคนที่จะสามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ ประชาชนซึ่งอยู่ในสภาวะที่ด้อยกว่า มักมีปัญหาในการเรียกร้องและปกป้องสิทธิเสรีภาพของตน เช่น ปัญหาจากความไม่รู้ข้อกฎหมาย ความยากจนไม่มีเงินว่างจ้างทนาย เป็นต้น จึงเป็นหน้าที่ของรัฐ ที่จะต้องให้ความช่วยเหลือ และ ขจัดปัญหาที่ทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้
ในการที่จะให้ความยุติธรรมอย่างทั่วถึงนั้น หากไม่มีหน่วยที่ทำหน้าที่นี้โดยตรง ย่อมเป็นเรื่องยาก ที่จะดำเนินการช่วยเหลือประชาชน ดังนั้นภาครัฐจึงได้จัดตั้ง กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งอยู่ในสังกัดของกระทรวงยุติธรรมขึ้น เพื่อช่วยคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของประชาชน
อ้างอิง http://www.rlpd.moj.go.th
|
|
ผมเคยใช้เส้นทางราชดำริโดยการโดยสารรถเมล์สาย 77 แล้วไปลง ที่ประตูน้ำเพื่อต่อเรือ เสียค่าเดิน โดยรวมไปกลับ ประมาณ 40บาทต่อวัน แต่ช่วงนี้เสื้อแดงปิดถนนราชดำริ ผมจึงต้องโดยสาร รถไฟไต้ดินแล้วไปต่อเรือ ไปกลับรวมแล้วประมาณ 80 บาท มันมากขึ้นกว่าเท่าตัวทำให้ผมเดือดร้อน ผมจะแจ้ง ข้อหากับเสื้อแดง ว่า ริดรอนสิทธิ์ ส่วนบุคคลได้รึป่าว ครับ กรุณาตอบด้วนน่ะครับ ขอบคุณครับ
30 เมษายน 2551 23:18
#247718
ขอบคุณที่ช่วยผมรวบชุดความรู้ชุดนี้นะครับ ผมสร้างลิงค์ของบันทึกนี้ใน...
Human-right-GO Portal !
รวมลิงค์ภาคราชการไทยเที่ยวเกี่ยวข้องกับสิทธิมนุษยชน
ให้เรียบแล้วแล้วนะครับ คลิกดูได้เลยครับ
วรุตม์ หอสิมะสถาพร