การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา
การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหาเป็นการจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมพัฒนาการของผู้เรียนแต่ละช่วงวัย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนมีการพัฒนาการได้เร็วขึ้น ผู้เรียนจะสามารถเลือกรับรู้สิ่งที่สนใจและเกิดการเรียนรู้จากกระบวนการค้นพบด้วยตนเอง
ลำดับขั้นตอนการเรียนรู้มี 3 ขั้นตอน คือ
1. เรียนรู้จากการกระทำ
2. เรียนรู้จากความคิด
3. เรียนรู้สัญลักษณ์และนามธรรม
ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา มี 5 ขั้นตอน คือ
1. ขั้นกำหนดปัญหา ผู้สอนหรือผู้เรียนอาจร่วมกันหยิบยกปัญหาหรือประเด็นที่น่าสนใจมาเสนอต่อกลุ่มผู้เรียน ปัญหาที่นำมาใช้ในบทเรียนอาจได้มาจากแหล่งต่าง ๆ เช่น ภาพเหตุการณ์ การสาธิต การเล่าเรื่อง การให้ดูภาพยนตร์ สไลด์ การทายปัญหา เกม ข่าว เหตุการณ์ประจำวันที่น่าสนใจ การสร้างสถานการณ์/บทบาทสมมติ ของจริง หรือสถานการณ์จริง
2. ขั้นตั้งสมมติฐาน สมมติฐานจะเกิดขึ้นได้จากการสังเกต การรวบรวมข้อมูล ข้อเท็จจริง และประสบการณ์เดิม จนสามารถนำมาคาดคะเนคำตอบของปัญหาอย่างมีเหตุผล
3. ขั้นเก็บรวบรวมข้อมูล เป็นขั้นตอนของการรวบรวมข้อมูลจากการอ่าน การสังเกต การสัมภาษณ์ การสืบค้นข้อมูลด้วยวิธีการต่าง ๆ ที่หลากหลายหรือทำการทดลอง มีการจดบันทึกข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อนำไปวิเคราะห์ข้อมูลให้ได้คำตอบของปัญหาในที่สุด
4. ขั้นวิเคราะห์ข้อมูล เป็นขั้นตอนนำเสนอข้อมูลที่ได้จากการสืบค้นหรือทำการทดลองนำมาตีแผ่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีการอภิปราย ซักถาม ตอบคำถาม แสดงความคิดเห็น โดยมีผู้สอนคอยช่วยเหลือ และแนะนำ อันจะนำไปสู่การสรุปข้อมูลในขั้นตอนต่อไป
5. ขั้นสรุปและประเมินผล เป็นขั้นสุดท้ายของกระบวนการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหาเป็นการสรุปข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่าง ๆ แล้วสรุปผลการเรียนรู้ หลังจากนั้นผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนด้วยวิธีการต่าง ๆ อย่างหลากหลาย และนำผลการประเมินไปใช้การพัฒนาผู้เรียนต่อไป
บทบาทของผู้สอน
บทบาทของผู้สอนในการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา มีดังนี้
1. กำหนดสถานการณ์หรือเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นปัญหาในชีวิตประจำวัน เลือกปัญหาที่ตรงกับความสนใจของผู้เรียนเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวผู้เรียน
2. รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งทรัพยากรการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ภายในและภายนอกห้องเรียน
3. กำหนดกิจกรรมการเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน
4. ให้คำแนะนำ/คำปรึกษา และช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้เรียนในการแสวงหาแหล่งข้อมูล การศึกษาข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลของผู้เรียน
5. กระตุ้นให้ผู้เรียนแสวงหาทางเลือกในการแก้ปัญหา ที่หลากหลายและเหมาะสม
6. ติดตามการปฏิบัติงานของผู้เรียนและให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด
7. ประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยพิจารณาจากผลงาน กระบวนการทำงาน และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
8 สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เป็นประชาธิปไตย เพื่อให้ผู้เรียนกล้าแสดงออกด้านความคิดเห็นและแสดงออกด้านการกระทำที่เหมาะสม
บทบาทของผู้เรียน
บทบาทของผู้เรียนในการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา มีดังนี้
1. ร่วมกันเลือกปัญหาที่ตรงกับความสนใจของตนเองหรือของกลุ่ม
2. เผชิญกับสถานการณ์ปัญหาจริง ๆ หรือสถานการณ์ที่ผู้สอนจัดให้
3. วางแผนการแก้ปัญหาร่วมกัน
4. ศึกษาค้นคว้าและแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
5. ลงมือแก้ปัญหา รวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ข้อมูล สรุปและประเมินผล
ข้อเสนอแนะเพื่อการปรับใช้
การจัดการเรียนรู้ “แบบกระบวนการแก้ปัญหา” เป็นกระบวนการที่ผู้สอนต้องศึกษาและหาวิธีการที่จะกระตุ้นให้ผู้เรียนร่วมคิดวิเคราะห์ประเด็นปัญหาและคิดหาแนวทางการแก้ปัญหานั้น ๆ ด้วยวิธีที่หลากหลายซึ่งส่งผลต่อการพัฒนาผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ด้านทักษะ กระบวนการและคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ข้อดีของกระบวนการเรียนรู้แบบแก้ปัญหา
1. การเสนอปัญหาที่ผู้เรียนสนใจจะทำให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียน ทำให้บทเรียนหรือการเรียนในชั่วโมงนั้น ๆ มีความหมายและมีคุณค่าต่อผู้เรียน
2. การเสนอปัญหาให้ผู้เรียนขบคิดเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนฝึกฝนความสามารถในการแก้ปัญหา การคิดอย่างมีระบบ มีความคิดสร้างสรรค์ และมีการตัดสินใจที่ดี
3. การเรียนโดยมีวิธีการแก้ปัญหาจะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนใช้ข้อมูลความรู้ที่เกี่ยวข้องมาใช้ในการแก้ปัญหาทำให้สามารถจำบทเรียนได้ดีด้วย
4. การนำวิธีการแก้ปัญหามาใช้ในการสอนแบบกลุ่มจะทำให้ผู้เรียนมีโอกาสทำงานร่วมกันในบรรยากาศแบบประชาธิปไตย
5. ทักษะที่ได้จากการแก้ปัญหา เช่น การเผชิญปัญหา การหาแนวทางในการแก้ปัญหา การตัดสินใจ ฯลฯ จะเป็นประโยชน์การนำไปใช้ในชีวิตจริงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต
ข้อจำกัดของกระบวนการเรียนรู้แบบแก้ปัญหา
1. ผู้เรียนจะต้องดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ ถ้าผิดไปก็จะทำให้ได้ผลสรุปที่คาดเคลื่อนหรือผิดความจริงไป
2. ผู้เรียนจะต้องมีทักษะในการค้นคว้าข้อมูลซึ่งถ้าขาดทักษะนี้แล้วก็จะทำให้ไม่ได้ข้อมูลเพียงพอที่จะสรุป
3. ผู้สอนบางท่านอาจไม่คุ้นเคยกับวิธีการทางวิทยาศาสตร์ และเมื่อดำเนินการสอนก็อาจนำไปผิดทางได้
4. การกำหนดปัญหาที่นำมาสอนนั้นมีความยากลำบากมาก ถ้าเลือกปัญหาไม่ดีก็จะทำให้การเรียนการสอนน่าเบื่อหน่ายได้
ตัวชี้วัดกระบวนการเรียนรู้แบบแก้ปัญหา
1. ผู้สอนและผู้เรียนมีการร่วมกันวิเคราะห์ และเลือกปัญหาเพื่อการศึกษา
2. ให้ผู้เรียนมีโอกาสทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม เพื่อวางแผนงานการแก้ปัญหา
3. อาจารย์ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแหล่งข้อมูล จัดหาวัสดุและเอกสารที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เรียนในการเรียนรู้และการแก้ปัญหา
4. ผู้เรียนมีโอกาสแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
จากการศึกษาการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหาของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนธารทองพิทยาคม จังหวัดบุรีรัมย์ โดยให้นักเรียนได้จัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหาจากประสบการณ์จริง นักเรียนได้ร่วมกันสรุปประโยชน์จากการศึกษาทำให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะ และเกิดความสนุกสนานในการเรียน ได้ร่วมกันทำกิจกรรมกับเพื่อน ๆ ได้ลงมือปฏิบัติจริง และยังทำให้เกิดการยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น ได้รับความรู้ ได้คิด ได้ปฏิบัติจริงและแก้ปัญหาอย่างมีระบบ (มีการพัฒนากระบวนความคิดอย่างมีระบบ) ทำให้เกิดความรู้อย่างแท้จริงเรียนรู้อย่างมีความหมาย
สรุป
การจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการแก้ปัญหา เป็นอีกรูปแบบหนึ่งที่มีความสำคัญมากในยุดปัจจุบัน กระบวนการแก้ปัญหา เป็นการแก้ปัญหาเพื่อฝึกนักเรียนได้มอง วิเคราะห์ หัดสังเกตในประเด็นสาระต่าง ๆ ที่ครูได้ดำเนินการจัดการเรียนรู้ และหัดคิด หัดสร้าง กระบวนการคิดการแก้ปัญหาอย่างมีระบบนั้น มีข้อสำคัญหรือขั้นตอนที่สำคัญคือขั้นระบุปัญหา ขั้นที่เรียกว่านักเรียนเองจะได้ใช้ความคิด วิเคราะห์ ใช้วิจารณญาณในการศึกษา สำรวจหาข้อมูล แล้วมาสร้างโจทย์ว่าจะดำเนินการคิดแก้ปัญหาในประเด็นอะไร จากนั้นนักเรียนเองจะหาทางแก้ปัญหา ซึ่งในแนวทางการแก้ปัญหา ทางด้านการศึกษาเรียกว่า ขั้นตั้งสมมติฐาน นักเรียนจะดำเนินการค้นคว้าหาข้อมูล ต่าง ๆ มาสร้างความสัมพันธ์ เพื่อให้คิดหาถึงสาเหตุและผลที่จะเกิดขึ้นในการคาดคะเนคำตอบ จากนั้นนักเรียนจะดำเนินการค้นคว้าหาข้อมูลเพื่อที่จะดำเนินการวิเคราะห์ข้อมูลที่เป็นไปตามแนวทางของการตั้งสมมติฐาน และเมื่อได้หาความสัมพันธ์และนำข้อมูลต่าง ๆ มาสรุปเกิดองค์ความรู้ เป็นองค์ความรู้ที่เกิดจากการคิดแก้ปัญหาของนักเรียน นักเรียนจะสามารถสรุปองค์ความรู้ได้และมีเหตุผล เป็นการฝึกความคิดอย่างมีเหตุและมีผล เป็นการฝึกคิดอย่างมีวิจารณญาณหรือเป็นการคิดวิเคราะห์ได้อีกอย่างหลากหลาย
28 พฤษภาคม 2552 15:47
#379061
กระบวนการแก่ปัญหา บางครั้งก็ไม่จำเป็นเลย เพราะปัญหาบางปัญหามันจะแก้ตัวมันเองโดยอัตโนมัติด้วยเวลา โดยเฉพาะปัญหาชีวิต ดังนั้นเวลาสอนนักเรียนจึงต้องมีการวิเคราะห์ถึงความจำเป็นในการแก้ปัญหาด้วย
ที่เขียนไว้ดีมากจะขอเอาไปตอบคำถามครูก่อนนะค่ะ
10 กันยายน 2552 22:11
#447082
สุดยอดจิงๆ ช่วยได้เยอะมาก ขอบคุนค่า.. :]
30 มกราคม 2554 10:42
#659715
ขอบคุณจริงๆ
15 ธันวาคม 2555 11:44
#759244
ขอบคุณมากนะคะสำหรับข้อมูล