1) เพิ่มบันทึกที่ 8 : อาหารและโภชนาการ
- สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการใช้สารปรุงแต่งอาหาร , ภัยจากอาหารเป็นพิษ เช่น ภัยของอาหารจากจุลินทรีย์ , ภัยของอาหารจากสารเคมี
- นักเรียนสามารถสืบค้นเพิ่มเติมได้จากแหล่งต่อไปนี้
* หนังสือ วารสาร ตำรา ฯลฯ จากห้องสมุดของโรงเรียน
* เว็บไซต์สายด่วนโภชนาการ >> http://www.anamai.moph.go.th
* เว็บไซต์ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยด้านอาหาร >> http://www.fda.moph.go.th * เว็บไซต์ศูนย์วิทยบริการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา >> http://elib.fda.moph.go.th/library
- มีแหล่งที่มาของข้อมูลที่ชัดเจน
ไวรัส.... ภัยจากอาหารดิบ ไวรัสตับอักเสบเอ ภัยร้ายในอาหารดิบ
กิน ข้าวปั้น ซูชิ ซาซิมิที่มีปลาดิบ ล้วนเสี่ยงเกิดโรค
ปัจจุบันคนไทยนิยมรับประทานปลาดิบกันมากขึ้น
โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ที่ได้รับอิทธิพลของอาหารญี่ปุ่น
ด้วยรสชาติและหน้าตาของอาหารที่ดูสะดุดตาชวนให้
น่ารับประทาน ทำให้แทบจะไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า
ไม่เคยลิ้มลองอาหารจำพวกข้าวปั้น ซูชิ ซาซิมิ
ที่มีปลาดิบเป็นส่วนประกอบ แต่คุณทราบหรือไม่ว่า
ในปลาดิบนี้มีพยาธิ... พิษภัยที่หลายคนคาดไม่ถึง
ปลาดิบที่เรานำมาบริโภคนั้น มี 2 ชนิดใหญ่ ๆ คือ
ปลาดิบน้ำจืด และ ปลาดิบน้ำเค็ม (ปลาดิบทะเล)
ซึ่งปลาดิบทั้ง 2 ชนิด มีเชื้อโรคที่แอบแฝงมาแตกต่างกัน
ปลาดิบน้ำจืดจะพบพยาธิบางชนิด เช่น พยาธิตัวจี๊ด
พยาธิใบไม้ในตับ พยาธิใบไม้ลำไส้ ฯลฯ สำหรับปลาดิบน้ำเค็มนั้น
คนส่วนมากมักคิดว่าไม่มีพยาธิ แต่ความจริงแล้ว
ปลาน้ำเค็มอาจพบตัวอ่อนของพยาธิอะนิซาคิส ซิมเพลก
(Anisakis simplex) ซึ่งปลาดิบน้ำเค็ม
ที่เรานำมาประกอบอาหารนั้นอาจมีการปนเปื้อนของพยาธิชนิดนี้
พยาธิอะนิซาคิส ซิมเพลก (Anisakis simplex)
เป็นพยาธิที่พบในปลาทะเลเขตอบอุ่นและเขตร้อน ในประเทศไทย
ตรวจพบตัวอ่อนของพยาธิชนิดนี้ในปลามากกว่า 20 ชนิด
เช่น ปลาดาบเงิน ปลาตาหวาน ปลาสีกุน ปลาทูแขก ปลากุเลากล้วย
ปลาลัง เป็นต้น ส่วนในต่างประเทศจะพบในปลาจำพวก ปลาคอด
ปลาแซลมอน ปลาเฮอริ่ง ระยะตัวอ่อนที่ติดต่อสู่คนจะอยู่ใน
อวัยวะภายในช่องท้องของปลาทะเล มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า
ขนาดยาวประมาณ 1-2 ซม. กว้างประมาณ
0.3 - 0.5 มม. สีขาวใสมีลายตามขวาง
บริเวณส่วนปากจะมีหนามขนาดเล็ก บริเวณปลายหาง
จะมีส่วนแหลมยื่นออกมา พยาธิชนิดนี้จะใช้ปากที่เป็น
หนามขนาดเล็กบริเวณหัวในการไชผ่านเนื้อเยื่อต่างๆ
ทั้งสามารถคงทนต่อน้ำ เกลือ และแอลกอฮอล์ได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากพยาธิชนิดนี้ขณะเป็นตัวอ่อนระยะติดต่อสู่คน
บริเวณปากของพยาธิจะมีหนามขนาดเล็ก
ขณะเคลื่อนที่จะไชในกระเพาะอาหารและลำไส้ของคน
ทำให้เกิดแผลขนาดเล็กและอาจทำให้มีเลือดออก
ในกระเพาะอาหารได้ ส่งผลให้ผู้ที่มีพยาธิชนิดนี้
ในกระเพาะอาหารและลำไส้ มีอาการปวดท้อง แน่นท้อง
คลื่นไส้ ท้องอืด อาการมักไม่เฉพาะเจาะจงคล้ายกับ
อาการของโรคกระเพาะอาหาร บางรายอาจท้องเสีย
หรือถ่ายอุจจาระเป็นเลือดถ้ามีแผลในกระเพาะขนาดใหญ่
อาการมักจะเริ่มเกิดขึ้นหลังรับประทานอาหาร
ที่มีพยาธิชนิดนี้เป็นชั่วโมงหรืออาจเป็นวันก็ได้
และถ้าหากพยาธิชนิดนี้ฝังตัวอยู่ในทางเดินอาหารนาน ๆ
จะทำให้เกิดลักษณะของก้อนทูมขึ้นในทางเดินอาหารได้
ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของร่างกายต่อพยาธิ
ปัจจุบันยังไม่มียาที่ใช้รักษาพยาธิชนิดนี้
แต่จากการศึกษาในประเทศญี่ปุ่น โดยหัวหน้าทีมวิจัย
โตชิโอะ ลิยาม่า พบว่า วาซาบิ มีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิชนิดนี้ได้
แต่รายละเอียด ขนาด และปริมาณการใช้ฆ่าพยาธิ
ยังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษา
รับประทานปลาดิบอย่างไรไม่เป็นพยาธิ
ก่อนอื่นต้องแน่ใจว่า ปลาดิบที่นำมาทำอาหารนั้นเป็นปลาทะเล
เพราะบางครั้งผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์นำปลาน้ำจืดหลายชนิดมาทำอาหาร
ทำให้เกิดโรคพยาธิตัวจี๊ด พยาธิใบไม้ในตับ หรือ พยาธิใบไม้ลำไส้
ซึ่งมีความรุนแรงเช่นเดียวกับการติดโรคพยาธิอะนิซาคิส ซิมเพลก
การแช่แข็งที่อุณหภูมิต่ำกว่า -35 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 15 ชั่วโมง
หรือ ต่ำกว่า -20 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 7 วัน หรือ
ผ่านความร้อนมากกว่า 60 องศาเซลเซียส อย่างน้อย 5 นาที
ก่อนการประกอบอาหารจะทำให้พยาธิชนิดนี้ตายได้
นอกจากพยาธิบางชนิดที่พบในปลาดิบแล้ว ยังพบแบคทีเรียบางชนิด
และเชื้อไวรัสตับอักเสบเอในอาหารดิบด้วย
ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสุขอนามัยและความสะอาดของขั้นตอนการเตรียมอาหาร
ดังนั้นถ้าคิดจะรับประทานปลาดิบ ควรดูให้แน่ใจก่อนว่า
ขั้นตอนการประกอบอาหาร สะอาด ถูกหลักอนามัยหรือไม่
เพื่อให้เกิดความมั่นใจและเพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อหลายชนิดจากปลาดิบ

(2) สืบค้นข้อมูลการประกอบอาหารและการถนอมอาหาร มาอย่างละ 1 ชนิด โดยมีชื่ออาหารพร้อมภาพประกอบ , วัตถุดิบ/ส่วนผสม/เครื่องปรุง , ขั้นตอนการประกอบอาหาร , วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือที่ต้องจัดเตรียม
บันทึกข้อมูลลงใน “เพิ่มบันทึกที่ 8”
ส่วนผสม
-ลูกตาลสด (เลือกลูกที่ค่อนข้างอ่อน สด สังเกตุผิวของเปลือกยังนวลขาวไม่มีรอยคล้ำสีน้ำตาลเยอะ ไม่แตก สีน้ำลูกตาลก้นถุงไม่ขุ่น)
-น้ำตาลทรายขาว
-น้ำสะอาด
-ใบเตย (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้ แต่เราไม่ใส่เพราะจะกลบกลิ่นของลูกตาลเสียหมด)
-ขนุน
วิธีทำ
-ล้างลูกตาลในน้ำสะอาด (ล้างแค่ขั้นตอนนี้ ต่อจากนี้ไปห้ามล้างแล้วนะ ไม่งั้นลูกตาลเชื่อมที่ได้กลิ่นจะหอมน้อยลง)
-ปอกเปลือกลูกตาลให้สะอาด ผ่าเอาน้ำข้างในออกใสหม้อที่เตรียมไว้
-หั่นเนื้อลูกตาลออกเป็น 2 ซีก
-สไลด์ เป็นชิ้น หนาบาง ตามชอบ
-ใส่น้ำพอท่วมเนื้อลูกตาลทั้งหมด ประมาณ 1 ข้อนิ้วมือ
-เปิดไฟแรง ต้มจนเดือด
-ใส่น้ำตาลทราย (หวานมากน้อยตามชอบ) คนให้ละลายให้หมด
-หรีไฟให้อ่อนมากที่สุด ต้มไปเรื่อยๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ (ประมาณ 2 ชม) หมั่นคนเป็นระยะ ๆ
-หั่นขนุนเป็นเส้น ๆ หนาบางตามชอบ ใส่ตู้เย็นไว้ก่อน
-เนื้อลูกตาลที่เชื่อมได้ที่ จะใส สีขาวอมเหลืองทอง ปิดไฟ
-รอจนเย็น น้ำเชื่อมจะข้นมาก
-ใส่ขนุนลงไป (ปรกติจะเรียกว่าสาดดดดขนุน เพราะจะใส่ขนุนลงไปเยอะมาก ในอัตราส่วน 1: 1)
การเ็ก็บรักษา
แบ่งบรรจุในภาชนะที่ล้างสะอาดเช็ดให้แห้ง ปิดฝาให้สนิท ใส่ตู้เย็น
จะอยู่ได้เป็นเดือนเพราะสูตรนี้เป็นแบบน้ำเืชื่อมข้น ๆ แบ่งบรรจุไม่หกเลอะเทอะง่าย และเก็บไว้ได้นานกว่าปรกติ
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(3) กิจกรรมบันทึกแนวคิดหน่วยที่ 4 อาหารและโภชนาการ โดยบันทึกใน “เพิ่มบันทึกที่ 8”
หัวข้อ : นักเรียนจะนำความรู้เกี่ยวกับภัยของอาหารเป็นพิษไปแนะนำบุคคลในครอบครัวอย่างไรบ้าง ?
สามารถนำความรู้ไปใช้เเนะนำคนในครอบครัวโดยการไปเล่าให้ฟัง ให้คนในครอบครัวได้มีความรู้เกี่ยวกับอาการที่เป็นพิษ เพื่อที่คนในครอบครัวจะได้รับประทานอาหารที่ได้ประโบชน์ ปลอดภัยต่อตนเอง
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
(4) ให้นักเรียนตอบคำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้หน่วยที่ 4 อาหารและโภชนาการ
บันทึกลงใน “เพิ่มบันทึกที่ 8”
...คำถามท้ายหน่วยการเรียนรู้หน่วยที่ 4...
1. อาหารและโภชนาการมีความสัมพันธ์กับร่างกายอย่างไร
-ถ้ามีการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์เเละมีโภชนาการที่ดี ก็จะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตเเละเเข็งเเรง มีภูมิคุ้มกันต่อโรคต่างๆที่ดี มีสุขภาพที่ดี จิตใจร่าเริงเเจ่มใส
2. ภาวะโภชนาการหมายถึงอะไร จงเปรียบเทียบลักษณะของผู้มีภาวะโภชนาการที่ดีและไม่ดี.
- ภาวะโภชนาการ หมายถึง สภาพของร่างกายอันเนื่องมาจากการบริโภคอาหาร
ผู้ที่มีภาวะโภชนาการที่ดี จะมีร่างกายที่เเข็งเเรง เจริญเติบโตตามวัย หน้าตาเเจ่มใส เเต่ผู้ที่มีภาวะโภชนาการที่ไม่ดี จะมีร่างกายที่ไม่เเข็งเเรง หน้าตาผิวพรรณซีดเซียวไม่เเจ่มใส
3. อาหารที่เรารับประทานในชีวิตประจำวันประกอบด้วยอะไรบ้าง และต้องรับประทานอย่างไรจึงจะมีประโยชน์ต่อร่างกาย
-อาหารที่เรารับประทานในชีวิตประจำวันประกอบด้วยสารอาหาร6ชนิด คือ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน เกลือเเร่ วิตามิน เเละน้ำ เเละต้องรับประมานให้ได้สัดส่วนที่พอเหมาะกับความต้องการของร่างกาย ควรทานอาหารให้ได้ครบ5หมู่
4. โปรตีนคืออะไร มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร และเราได้โปรตีนจากแหล่งอาหารใดบ้าง
- โปรตีน คือ สารที่ประกอบด้วยคาร์บอน ไฮโดรเจน ออกซิเจนเเละไนโตรเจน บางชนิดมีฟอสฟอรัสเเละเล็กอยู่ด้วย เเต่มีในจำนวนน้อย โปรตีนมีความสำคัญต่อร่างกายคือ ช่วยซ่อมเเซมส่วนที่สึกหรอ ทำให้ร่างกายเจริญเติบโต สร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ร่างกายมีความต้านทานต่อโรคได้ดี เราสามารถได้โปรตีนจากเนื้อสัตว์ต่างๆ เช่น เนื้อหมู ไก่ ปลา อาหารทะเล ไข่ ถั่วต่างๆ
5. คาร์โบไฮเดรตคืออะไร มีความสำคัญต่อร่างกายอย่างไร ส่วนใหญ่ได้จากอาหารใดบ้าง
-คาร์โบไฮเดรต คือ สารที่มีคาร์บอน ไฮโดรเจนเเละออกซิเจนเป็นส่วนประกอบ มีความสำคัญต่อร่างกายคือ ช่วยให้พลังงานเเละความร้อน ช่วยให้ไขมันในร่างกายเป็นไปตามปกติ เเละยังเป็นอาหารของเซลล์เเละเนื้อเยื่อในสมอง ส่วนใหญ่เราได้คาร์โบไฮเดรตจาก ข้าวเเละเเป้งต่างๆ น้ำตาล เผือก มัน
6. ไขมันเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกายหรือไม่อย่างไร ส่วนใหญ่ได้จากอาหารใด
-ไขมันเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อร่างกาย โดยช่วยสร้างความอบอุ่นให้กับร่างกาย ช่วยในการทำละลายวิตามินที่เรากินเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้วิตามินในร่างกายดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ ส่วนใหญ่ได้จากน้ำมันต่างๆเช่น น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันมะกอก เเละได้จากไขมันสัตว์เช่น ส่วนหนังของสัตว์ น้ำมันหมูเป็นต้น
7. การนำน้ำมันถั่วเหลืองและน้ำมันมะพร้าวมาประกอบอาหาร มีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันอย่างไร
- นำมันมะพร้าวมีข้อดีคือ เป็นน้ำมันที่สามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่เกิดไขมันสะสมในร่างกาย ช่วยให้สุขภาพร่างกายเเละช่วยให้หัวใจเเข็งเเรง
-น้ำมันถั่วเหลืองมีข้อดีคือ สามารถใช้ทอดอาหารได้ดีกว่าน้ำมันหมู ช่วยบำรุงต่อมต่างๆภายในร่างกาย ทำให้หลอดเลือดไม่อุดตัน ช่วยบำรุงผิวพรรณ
8. ทำไมอาหารจึงเป็นพิษและที่เป็นพิษเกิดจากสาเหตุใดบ้าง
-อาหารเป็นพิษเกิดจากมีการบูดเสีย มีจุลินทรีย์หรือสารปนเปื้อนอยู่ มีการเปลี่ยนเเปลงกลิ่น สี เเละสถาพของอาหาร เมื่อทานเข้าไปเเล้วจะเกิดโทษต่อร่างกาย อาหารที่เป็นพิษยังเกิดจากเชื้อรา จุลินทรีย์ พยาธิที่มีอยู่ในอาหารเป็นต้น
9. เราจะมีวิธีป้องกันมิให้สารพิษที่ตกค้างในอาหารเข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร โดยเฉพาะพืชผักที่มีสารพิษตกค้าง
- ห้ามรับประทานผักผลไม้ที่ยังไม่ได้ล้างให้สะอาด
-ควรใช้ความร้อนปรุงอาหารให้สุก เพราะความร้อนสามารถฆ่าเชื้อโรคหรือช่วยให้สารพิษสลายตัวไปได้บ้าง
-ผักประเภทหัว เช่น ข้าวโพด ถั่วต่างๆควรล้างให้สะอาดก่อนรับประทาน ถ้าสงสัยว่ามีสารพิษตกค้างห้ามนำมารับประมานเด็ดขาด
10. สารปรุงแต่งอาหารมีประโยชน์ต่อร่างกายหรือไม่ เพราะเหตุใดจึงใช้สารปรุงแต่งอาหาร
-สารปรุงเเต่งอาหารบางชนิดก็มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น สีผสมอาหารทีได้จากธรรมชาติ สาเหตุที่เราต้องใช้สารปรุงเเต่อาหารคือ เพื่อให้อาหารมีความน่าทาน มีความอร่อยมากขึ้น
11. สารปรุงแต่งอาหารที่เป็นอันตรายและไม่ใช้ใช้ใส่ในอาหารอย่างเด็ดขาดคือสารใด เพราะเหตุใด
-ยาฆ่าเเมลง สารเร่งเนื้อเเดง สารฟอกขาว สารกันเชือรา ฟอร์มาลินเเละบอเเรกซ์ เพราะสารดังกล่าวหากรับประมานเข้าไปจะเกิดโทษต่อร่างกายอย่างร้ายเเรง หากได้รับในปริมาณมากจะทำให้หมดสติ ถ้าได้รับในปริมาณน้อยจะเกิดการสะสมในร่างกายไปเรื่อยๆ
12. จงอธิบายองค์ประกอบในการประกอบอาหารมาพอสังเขป
-องค์ประกอบการทำอาหารให้ได้คุณภาพดีเเละอร่อยดังนี้
1.อาหารสด เช่นผักผลไม้ เนื้อสัตว์ ต้องสดใหม่ เพราะจะทำให้ได้รสชาติที่ดี
2.ชั่งตวงถูกต้อง ชั่งตวงให้ได้ตามปริมาณที่ตำรับกำหนด จึงจะได้รสชาติที่พอเหมาะ
3.การทำอาหารตามลำดับขั้น เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการทำ เเละเพื่อความน่าทานของอาหาร
4.ตำรับดี ต้องอ่านเเล้วเข้าใจง่าย มีการบอกสัดส่วนที่ถูกต้อง
13. ขั้นตอนการประกอบอาหารมีอะไรบ้าง จงอธิบายตามลำดับขั้นตอนต่าง ๆ
- 1.ขั้นเตรียม เช่น การเตรียมเนื้อสัตว์ ผัก เครื่องเเกงต่างๆ ต้องมีการล้างทำความสะอาด ปอกเปลือกหรือหั่นสับให้เรียบร้อยก่อนนำไปประกอบอาหารเพื่อความสะดวกรวดเร็ว
2.ขั้นประกอบ ควรทำอาหารจำพวกต้มหรือเคี่ยวก่อนอาหารประเภทอื่น เพราะต้องใช้เวลานาน ระหว่างรอให้สุกเราสามารถทำอาหารประเภทไปด้วยได้ เป็นการประหยัดเวลา นอกจากนี้ ควรทำตามลำดับขั้นการทำอาหารเช่น ใส่เนื้อสัตว์ลงไปผัดก่อนเเล้วจึงตามด้วยผัก เพราะจะทำให้เนื้อเเละผักสุกพอดีกัน เป็นต้น
3.ขั้นทำความสะอาด หลังทำอาหารเสร็จเราควรมีการจัดเก็บ ล้างทำความสะอาดบริเวณที่ทำอาหารหรือภาชนะต่างๆให้เรียบร้อย
14. การถนอมอาหารโดยวิธีตากแห้งมีวิธีทำอย่างไร จงยกตัวอย่างวิธีถนอมอาหารโดยวิธีตากแห้งมา 1 ตัวอย่าง
- การถนอมอาหารโดยวิธีตากเเห้ง สามารถทำได้โดยการนำเนื้อสัตว์หรืออาหารที่ต้องการตากเเห้งไปวางในที่ๆมีเเดดจัด เพื่อให้อาหารเเห้ง
-วิธีทำกล้วยตาก
1.เลือกกล้วยที่ได้ขนาดที่พอเหมาะ
2.เตรียมภาชนะที่ต้องใช้ในการตากกล้วย เช่น ถาดสำหรับตาก
3.ปอกเปลือกล้วยเเละทำความสะอาดให้เรียบร้อย
4.หั่นกล้วยให้ได้ขนาดที่สวยงามเเละปรุงรสกล้วย
5.นำไปตากเเห้ง
6.เมื่อได้ที่เเล้วทำการเก็บกล้วยตากในภาชนะที่มิดชิด
15. การถนอมอาหารในตู้เย็นมีวิธีการเก็บรักษาอาหารชนิดต่าง ๆ อย่างไร
-การเเช่เข็งอาหารต้องรู้ก่อนว่าอาหารเเต่ละประเภทต้องหารอุณหภูมิในการเก็บรักษาเท่าไหร่ เเล้วจึงเก็บตามอถณหภูมินั้น หรือถ้าเป็นอาหารที่สุกเเล้ว ควรรอให้อาหารนั้นเย็นลงก่อนเเล้วค่อนำเข้าตู้เย็น หรือเนื้อสัตว์ต่างๆควรหั่น ปอกเปลือกเเละล้างให้สะอาดก่อนเเล้วเก็บในกล่องที่มีฝามิดชิดเเล้วนำเข้าตู้เย็น
ที่มา : http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=homkorn&month=01-2008&date=04&group=4&gblog=27
08 September 2009 21:53
#445638
เนื้อหาดีมีประโยชน์มากๆ
ใช้สีสันได้น่ารักดีจร้า
08 September 2009 23:38
#446120
ตั้งใจทำงานนี้ด้วยตัวเอง รู้สึกภูมิใจกับงานชิ้นนี้ :)