.
(2) สำรวจหรือสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับเสื้อผ้าที่จะซ่อมแซมและดัดแปลงแก้ไข
- บันทึกภาพเสื้อผ้า “ก่อน” และ “หลัง” ซ่อมแซมและดัดแปลง
การเนา
การเนาเป็นวิธีการเบื้องต้นของการเย็บผ้าก่อนที่จะสอย
หรือเย็บตะเข็บอื่น ๆ เพื่อยึดผ้าให้ติดกันชั่วคราว และเป็นเครื่องหมาย
สำหรับการเย็บในขั้นตอนต่อไป ทำให้เย็บได้ง่าย เมื่อเย็บผ้าเสร็จแล้ว
ก็จะเลาะด้ายที่เนาออก
วิธีการเนาให้แทงเข็มขั้นลงธรรมดาตามแนวผ้าที่ต้องการเย็บ
ซึ่งมี 2 ลักษณะ คือ
1.1 ตะเข็บเนาเท่า ลักษณะฝีเข็มจะเท่ากันตลอดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง โดยแต่ละฝีเข็มจะถี่และห่างสลับกันประมาณ ¼ นิ้ว
หรือ ½ นิ้ว
1.2ตะเข็บเนาไม่เท่า ลักษณะฝีเข็มจะถี่และห่างสลับกัน
โดยฝีเข็มห่างอยู่ด้านหน้าและมีความยาวประมาณ ¼ นิ้ว
ฝีเข็มถี่อยู่ด้านหลัง ซึ่งมีความยาวประมาณ ½ นิ้ว
ฝีเข็มห่างช่วยให้เห็นแนวยาวที่ง่ายต่อการเย็บ
ส่วนฝีเข็มถี่จะช่วยตรึงผ้าให้แน่น
2.การด้น
การด้นเป็นตะเข็บที่คงทนมีระยะฝีเข็มถี่สามารถใช้แทนตะเข็บที่เย็บได้
มี 2 แบบ คือ
ด้นตะลุย เรียก อีกอย่างหนึ่งว่า ด้นปล่อย มีลักษณะฝีเข็มเหมือน
กับตะเข็บเนาเท่าแต่มีระยะถี่กว่าประมาณ 5 ฝีเข็มต่อ 1 นิ้ว
สำหรับ ผ้าบางหรือผ้าที่ค่อนข้างนิ่มสามารถแทงเข็มขึ้นลง 3 – 4 ครั้ง
ติดต่อกันถึงค่อยดึงเข็มขึ้นครั้งหนึ่ง เหมาะสำหรับการเย็บตกแต่ง
หรือทำจีบรูด
การด้นอีกแบบหนึ่งเรียกว่า ด้นถอยหลัง ลักษณะฝีเข็มเหมือน
ตะเข็บที่เย็บด้วยจักร มักจะใช้เย็บตะเข็บข้างเนื่องจากมีความทนทาน
ในการเย็บ เมื่อแทงเข็มลงบนผ้าแล้วให้เข็มแทงขึ้นด้านตรงข้าม
กับมือที่จับเข็ม ดึงด้ายให้ตึงแล้วแทงเข็มย้อนกลับมาที่จุดกึ่งกลาง
ระหว่างฝีเข็มเดิม หรือตรงรอยฝีเข็มเดิม
3.การสอย
การสอยจะทำให้มองไม่เห็นด้ายปรากฏภายนอกเด่นชัดจึงมักใช้
ในการเย็บปกเสื้อ สาบเสื้อ ขอบกระโปรงและกางเกง
หรือสอยริมผ้าเพื่อกันลุ่ย เช่น ชายกระโปรง ชายเสื้อ ขากางเกง เป็นต้น
การสอยมีทั้ง สอยซ่อนด้าย ซึ่งนิยมใช้เย็บผ้าพับริม
เช่น ชายเสื้อ ชายกระโปรง ขากางเกง ก่อนจึงลงมือเย็บ
จะต้องพับริมผ้าให้เรียบแล้วเนาตรึงไว้ อาจนำไปรีดทับ
เพื่อให้ผ้าคงรูปยิ่งขึ้น จากนั้นจึงลงมือเย็บ โดยแทงเข็มสอดเข้าไป
ในรอยพับของผ้าประมาณ ¼ หรือ 1/8 นิ้ว แล้วแทงเข็มออกมา
จากรอยพับ ให้ปลายเข็มเกี่ยวที่ผ้าด้านนอกประมาณ 2 เส้นใยของผ้า
ดึงด้ายให้ตึงพอประมาณ แล้วแทงสอดเข้าไปให้รอยพับของผ้าใหม่
ทำเช่นนี้จนสุดริมผ้า
ข้อควรระวังคือ ในขณะที่เย็บไม่ควรดึงด้ายตึงจนเกินไป
เพราะจะทำให้ขอบผ้าย่น และหมั่นดึงขอบผ้าที่เย็บแล้วให้ตึงอยู่เสมอ
3.1 สอยพันริม ให้สอยเพื่อยึดขอบผ้าที่พับให้ติดกับผืนผ้าด้านหลัง
เป็นการสอยที่ไม่ซ่อน
ด้ายด้านหลัง ในการเย็บเมื่อพับริมผ้าเรียบร้อยแล้ว
ใช้เข็มแทงขึ้นเหนือขอบผ้าเล็กน้อย ดึงด้ายให้ตึงแล้ว
แทงเข็มลงใต้ขอบผ้าประมาณ 2 เส้นด้าย ให้อยู่ในแนวเฉียงเล็กน้อย
ต่อด้วยแทงเข็มเฉียงขึ้นที่เหนือขอบผ้าให้เท่ากับรอยเดิม
เย็บเช่นนี้ต่อไปจนเสร็จ
3.2 สอยสลับฟันปลา นิยมใช้เย็บตะเข็บที่ขอบแขนเสื้อ
เป็นการสอยอย่างหลวม ๆ แต่สามารถยึดผ้าได้ดี
ด้านนอกจะเห็นเป็นจุดด้ายเล็ก ๆ เรียงกันส่วนด้านในจะเป็นเส้นด้าย
เย็บไขว้กัน ด้านล่างของรอยพับจะเย็บไขว้แบบซ้ายทับขวา
ส่วนด้านที่อยู่บนขอบผ้าจะไขว้แบบขวาทับซ้าย

10 กรกฎาคม 2553 19:30
#565773
- กระบวนการจัดการและการทำงาน อยู่ในระดับ ดีพอใช้
- ทักษะการแก้ปัญหา อยู่ในระดับ ดีพอใช้
- ผลการปฏิบัติงาน อยู่ในระดับ ดี
ข้อเสนอแนะ :
- เพิ่มภาพ dookdik หรือภาพที่สอดคล้องกับเนื้อหา จะทำให้ผลงานของเรามีความน่าสนใจขึ้น
--- ขาดรูปภาพก่อนและหลังซ่อมแซม ---
*** ตรวจสอบความสมบูรณ์ของงานก่อนส่งทุกครั้ง ***
12 กรกฎาคม 2553 15:06
#568192
เนื้อหาดี
12 กันยายน 2555 20:23
#752730
เข้าใจง่าย
17 ธันวาคม 2555 14:12
#759393
เนื้อหาดี เข้าใจได้ง่ายมากค่ะ :)
17 ธันวาคม 2555 14:16
#759394
อยากให้พี่ๆน้องๆเข้ามาดูเว็บนี้บ้างเพื่อจะได้เข้าใจถ้าเราอยากซ่อมแซมเสื้อผ้าที่ขาดแล้วควรจะมาทำช่วงไหนก่อน :) เข้ามาดูกันเยอะๆน่ะค่ะ เนื้อหานี้ดีเข้าใจง่าย 555++
26 กุมภาพันธ์ 2556 11:05
#764471
น่าอ่านจุงเบย
26 กุมภาพันธ์ 2556 11:07
#764472
ขอบคุนคร๊ที่ให้การสนับสนุน
26 กุมภาพันธ์ 2556 11:07
#764473
ขอบคุนคร๊ที่ไห้ ความรุ้
18 มิถุนายน 2556 10:19
#768331
เข้าใจดีค่ะ