
วันนี้ดิฉันขอพูดถึงร้านขายหยกนะคะ เมื่อเดือนเมษายน 53 ดิฉันได้มีโอกาสไปเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ทัวร์ได้พาไปร้านขายหยก ดิฉันได้เจอกลยุทธทางการตลาดที่ชาญฉลาด(สำหรับดิฉันคิดนะคะ) คือ พอมาถึงร้าน ก็เข้าไปฟังคำบรรยายตามเดิม พนักงานก็บอกว่าวันนี้เจ้าของร้านมาจากฮ่องกงมาดูงานที่ร้านนี้สองสามวันพอดี จะเชิญมาคุยด้วย (ที่ร้านส่วนใหญ่จะมีพนักงานที่พูดไทยได้ หรือไม่ก็พูดได้นิดหน่อย สงสัยเพราะคนไทยมาเที่ยวเมืองจีนเยอะ >.< ) เจ้าของร้านเป็นผู้หญิงอายุยังไม่มากน่าจะประมาณสามสิบต้นๆ บอกว่ามีแม่เป็นคนไทย ดีใจที่ได้มาเจอรู้สึกเหมือนทุกคนเป็นญาติ (ฟังแล้วกินใจจริง) วันนี้เลยจะให้หยกคนละหนึ่งชิ้น เอาไว้คุ้มครองทุกคนและจะให้ส่วนลด เจ้าของร้านพาเดินดูสินค้า สอนวิธีดูหยก เค้าบอกตัดราคาสินค้ามากกว่าครึ่ง พนักงานก็เริ่มพูดว่าเจ้านายคะ ราคานี้ขายไม่ได้นะคะ เจ้าของร้านก็พูดว่าไม่เป็นไร ทุกคน(ในทัวร์)เป็นญาติของเค้า (เอาเข้าไป) ขายราคาเท่านี้แหละ คนในทัวร์ก็เป็นโรคบ้าจี้เลยพากันซื้อแถมรู้สึกประทับใจอีก (คนไทยเป็นโรคใจอ่อนรวมทั้งตัวดิฉันด้วย^^) พอรู้ตัวอีกทีก็ได้ของไปกันชิ้นสองชิ้น ดิฉันคุยกับน้องในทัวร์อยู่ว่าเค้าโกหกเราเปล่า ทำไมขายถูกหรือเค้าอัพราคาไว้แล้วนะ (ดิฉันคิดว่าคงอัพราคาแล้วแน่เลย) พอกลับมาประเทศไทยก็ไปถามลุงที่ไปเซี่ยงไฮ้ก่อนหนึ่งเดือน ลุงก็บอกว่าเค้าก็พูดแบบนี้ แปลว่าเราถูกหลอกกันสนุกสนานเลยคะ(หลอกแบบเต็มใจด้วย^^)
ดิฉันคิดว่าการที่เราได้มีโอกาสมาต่างประเทศหรือในประเทศที่ไหนก็ตาม ไม่ใช่มาเพื่อช้อปปิ้งเพียงอย่างเดียว แต่เราสามารถเรียนรู้กลยุทธการขาย การพัฒนาบ้านเมืองและความเป็นอยู่ของผู้คนได้ เพื่อนำมาปรับปรุงตัวเองในด้านต่างๆ^^ และเรียนรู้การใช้ชีวิตอย่างมีความสุข โดยส่วนตัวดิฉันชอบมาประเทศจีนมากๆเพราะว่าประเทศจีนเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่และสนุกที่สุดเลยคะ แถมตัวดิฉันเองก็คุ้นเคยกับประเทศนี้เป็นอย่างดี(บ้านเกิดของพ่อแม่^^)
|
|
โดนเหมือนกันเลยครับเขาshowสร้อยเขาราคาเป็นแสนด้วยไม่รู้ว่าจริงปะและยังบอกว่าเป็นคนทำเหรียญโอลิมปิคให้จีนในปี2008ด้วยไม่รุ้ว่าจริงหรึอเป่าว
|
|
ขอแสดงความคิดเห็นด้วยคะ
เมื่อเดือนเมษาที่ผ่านมา ได้ไปเซี่ยงไฮ้กับคณะหนึ่ง และก็เป็นไปตามคำบอกเล่าของท่านที่เคยไปเที่ยวเมืองจีนบ่อย ๆ ว่า
นโยบายการท่องเที่ยวของเขาจะต้องพานักท่องเที่ยวไป ช้อปฯให้ได้ และต้องเข้า และเข้า เพื่อให้ใช้เงินให้มากที่สุด โดยการตั้งราคาสินค้าไว้สูงมาก ๆๆ และยิ่งรู้ว่าเป็นคนไทย ยิ่งบวกมาก ๆๆ และใครพูดจีนกลางได้ เขาจะชมเชยและหยอดคำหวานต่าง ๆ นานา
เราก็เจอมาเหมือนกัน ทัวร์ที่พาไปเข้าร้านมุข ร้านขายใบชา ตลาดร้อยปี ตลาดของก๊อปปี้ โดยเฉพาะตลาดก๊อปฯ เขาจะบอกต่อ ๆๆกันว่า คนไทยมาแล้ว (บวกราคาสุด ๆๆ ไป เลย) เราก็เข้าไปเดินนะ และหาของที่ระลึกให้เพื่อน เดินดู ๔ ชั้น เดินทุกชั้นเลย ดูทุกร้าน จนน้องที่ไปด้วยกันโชว์ของให้ดู เป็นหวีรูปนางในวรรณคดีของจีน สวยและเหมาะเป็นของที่ระลึกมาก เพราะไม่เหมือนใครและเป็นเอกลักษณ์ดี น้องบอกว่าต่อได้สุด จาก ๕๐ หยวน เหลือ ๑๕ หยวน คิดดูบวกสุด ๆ ๆ ๆจริงไหม เราก็เดินหาบ้าง พอเจอ เราก็ถามราคาเป็นภาษาจีนกลาง พ่อค้าบอก ๘๐ หยวน (ไม่มีราคาแน่นอน) เรากับแฟนต่อคำเดียว เท่าไหร่รู้ไหม เราต่อ ๕ หยวนคะ
(นึกในใจคงโดนไล่และด่าออกมาแน่ ๆๆ) พ่อค้าถามกลับทันทีว่าเอากี่อัน (เฮ่ย นี่มันอะไรกันเนี่ย) พอเราบอกกลับว่ากี่ชิ้น พ่อค้าตกลงทันที งงคะ คนซื้อนะคะ งงสุด ๆ เหมือนกัน การซื้อของที่ประเทศจีน ขอบอกเลยว่า คุณต้องใจกล้า (อาจถึงขั้นหน้าด้านก็ว่าได้) ต่อตามใจคุณนะ เพราะพี่คนหนึ่งอยากได้รองเท้า บาลานซ์ ซี่งบ้านเราก็มี แต่เกิดเหตุรองเท้าที่เอาไป กัดคะ พี่ท่านก็เลยใส่เต๊ะคะ หนีบอีกต่างหาก ตลอกทริปเลย และสุดท้าย ไกด์ก็พาไปร้านหยก คะ เหมือนที่คุณพูดทุกอย่างเลยคะ คงอัดเทปไว้แน่ ๆ ๆ "น้องฟ้า" คนนี้บอกด้วยนะว่าจบ ศศิน จุฬา (ข้อนี้พี่นักข่าวคนหนึ่งสอบถามอาจารย์จุฬาแล้ว ปรากฏว่าไม่เคยมี....งงคะ) และบูชาหลวงปู่สด มากๆๆ ติดเหรียญหลวงปู่ด้วย เรานับถือหลวงปู่มาก ๆ ๆ นะ ดีใจจังที่มาถึงจีนก็ได้พบกับศิษย์หลวงปู่ (ข้อนี้เรายังไม่ได้สืบะ) กลับเรื่องหยกต่อนะคะ เขาใช้กลวิธีขายสินค้าเหมือนที่คุณพูดทุกอย่าง และเผอิญในคณะเรามีผู้ใหญ่มาด้วย น้องฟ้าก็พาท่านผู้ใหญ่และภรรยาเข้าไปในห้อง ซึ่งจัดแสดงสินค้าที่ราคา (โค..รแพงพิเศษ) และเสนอราคาที่ลดแล้วลดอีก ลดจนไม่อยากเชื่อ (เราคิดในใจว่า นี่คงบวกราคาเป็นพันเท่าแหง ๆ) เรากับแฟนก็ซื้อของมาคนละชิ้นนะ เซียมซู (สัตว์ใชคลางของจีน) และน้องฟ้าแจกเหรียญหยกกลมเจาะรูให้คนละชิ้น (เหยื่อล่อ) คะ และเราได้คุยกับเค้าเรื่องหลวงปู่นะ แต่น้องฟ้าไม่ตอบอะไรมาก หลังจากนั้นพนักงานพยายามจะขายหยกให้เรา บอกว่าซื้อหยกชิ้นนี้ติดตัวแฟนเราแล้วจะช่วยเรื่องสุขภาพได้ ซึ่งเรา งง อีกแล้วคะ และโชคดีนะที่เราตั้งใจไปเที่ยว ไม่ได้ไปซื้อของสำเพ็งกลับมา อีกอย่าง เราดูหยกไม่เป็นและไม่สนใจเท่าไร และที่สำคัญเราไม่เชื่อเรื่องที่พนักงานพูด เราก็เลยรอด แต่คนอื่น ซื้อกันแบบ...เหมือนได้ของฟรี (หรือเปล่า) เพราะเห็นทุกคนซื้อทั้ง ๆ ทีเงินหมดแล้ว ก็รูดบัตร บ้างก็ใช้เงินไทย ซึ่งน้องฟ้ายินดีรับคะ เราคุยกับแฟนว่ารู้สึกแปลก ๆ นะ เรารู้สึกว่าน้องฟ้านี่กลยุทธการขายของเธอ สุดยอดจริง ๆ ฉลาดสุด ๆ เล่ามาเสียยาวเหยียด พอจะมีใครเหมือนเราอีกไหม ที่เล่าไม่ได้ต้องการอวดว่ารู้นะ แต่รู้สึกแปลก ๆ และเชื่อในความรู้สึกแบบนี้มากกว่า เราอยากแบ่งปันและเล่าให้เพื่อนรู้ทัน ขอบคุณเพื่อนที่อ่านจนจบคะ
|
|
อยากรู้ ว่าร้านหยกอะคะ เป็น หยกจริง หรือ เก๋ คะ ดูไม่เป็น
11 มกราคม 2554 08:51
#652954
โดนเหมือนกันค่ะเมื่อปีใหม่54นี้เลย จำขึ้นใจเลยเธอชื่อไทยว่าน้องฟ้า (ไม่รู้จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆมั้ย) แต่ดิฉันก็ได้สร้อยคอใข่มุกกลับมาหนึ่งเส้นค่ะ ในราคา 100 หยวน จากราคา 380 หยวน ไม่รู้ว่าเค้าโก่งราคาหลอกๆไว้หรือเปล่า