มีความสําคัญตอครูที่มีบุคลิกภาพดียอมไดรับการยอมรับชื่นชมแกผูพบเห็นหรือการติดตอสมาคม
ดวยความสําเร็จในการพัฒนาบุคลิกภาพและคุณลักษณะของครูที่ดีจะชวยใหครูเกิดความมั่นใจในการประกอบอาชีพครูและเกิดประโยชนต่อวิชาชีพครู
ความหมายของบุคลิกภาพคําวา บุคลิกภาพ (Personality) เปนคําที่มาจากภาษาลาตินวา Perdona
แปลวา หนากากที่ตัวละครสมัยกรีกและโรมันสวมใสเพื่อแสดงบุคลิกภาพลักษณะที่แตกตางกันเพื่อใหผูดูเห็นไดในระยะไกล ๆ
กูด (Good. 1973 : 392)ใหความหมายของคําวา บุคลิกภาพ (Personality)ไววา บุคลิกภาพหมาย ถึง การแสดงออกดานอารมณจิตใจและพฤติกรรมตางๆ ของแตละบุคคลอันเปนปฏิกิริยาตอบโตตอสภาพแวดลอม ทางดานจิตวิทยาและสังคมของบุคคลทั่วไป
คอรซินีและมารเซลลา (Corsini& Marsella. 1983 : 4) กลาววา บุคลิกภาพ หมายถึง โครงสรางที่เปนกลไกภายในระบบทางจิตและกายของเอกัตบุคคลซึ่งใชในการทํานายหรือตัดสินพฤติกรรมในการปรับตัวใหเขากับสิ่งแวดล้อมหรือโลกภายนอก
ความสําคัญของบุคลิกภาพบุคคลที่มีบุคลิกภาพที่ดีนั้นอาจจะมาจากผูที่มีสุขภาพจิตดีเปนอันดับแรกเพราะสามารถมองเห็นสิ่งตางๆ ตามที่เปนจริงอยางถูกตองไมตอตานและสามารถประพฤติตนไดคงเสนคงวานั่นคือการเปนบุคคลที่สามารถปรับ
ตัวไดดี ซึ่งการที่ครูมีบุคคลิกภาพดีเปนผลตอครูในการดําเนินชีวิตและการปฏิบัติหนาที่ราชการ
นงลักษณ สุทธิวัฒนพันธ (2545 : 4-5 , 9) ไดใหความสําคัญของบุคลิกภาพไวดังนี้
1. ชวยในการรับรูและเขาใจในสภาพความเปนจริงไดอยางถูกตอง
2. การแสดงอารมณจะอยูในลักษณะของขอบเขตที่เหมาะสม
3. มีความสามารถในการสรางความสัมพันธกับบุคคลอื่นและสังคมไดดี
4. มีความสามารถในการทํางานที่อํานวยประโยชนตอผูอื่นและสังคมได
5. มีความรักและความผูกพันตอผูอื่น
6. มีความสามารถในการพัฒนาตนเองและพัฒนาการแสดงออกของตนตอผูอื่นไดดีขึ้น
สรุปไดวา บุคลิกภาพมีความสําคัญของครูที่ดี ดังนี้
1. ชวยใหครูเกิดความมั่นใจในตนเอง ทั้งในการทํางานและการปรากฏตัวในที่ตางๆ
2. เปนแบบอยางใหศิษยและบุคคลทั่วไป
3. ชวยใหครูสามารถปรับตัวเขากับสภาพแวดลอมและบุคคลอื่นได
4. ชวยใหครูสรางความรักและความผูกพันตอศิษยและผูอื่นอันนําไปสูความสําเร็จในการงานและอาชีพครู
ปจจัยที่มีอิทธิพลในการพัฒนาบุคลิกภาพของมนุษยเปนสิ่งที่กระทําไดยาก แตมีปจจัยหลายประการ ที่นําไปสูการพัฒนาบุคลิกภาพ เชน
1. แบบแผนทางวัฒนธรรมสิ่งแวดลอม
2. สถานะทางเศรษฐกิจ สังคม
3. แบบแผนของสถาบัน ชุมชน สังคม
4. คานิยม หลักการ ปรัชญาในการดําเนินชีวิต เป็นต้นแนวทางในการพัฒนาบุคลิกภาพมี 2 ลักษณะดังนี้1. การพัฒนาบุคลิกภาพภายใน (Internal personality)
มีความจําเปนอยางมากที่คนเราจะตองพัฒนาบุคลิกภาพในเสียกอน เพื่อนําไปสูการมีบุคลิกภาพภายนอกที่ดีเหมาะสมกับสถานภาพของตนเองตามสภาวการณแวดลอมและบุคคลที่เราติดตอเกี่ยวของดวย การตั้งความ
คิดในการมองโลกตามกาลเทศะ จะเปนปจจัยที่กําหนดทาทีพฤติกรรม
กิริยาทาทาง ซึ่งบุคลิกภาพภายใน (Internal personality) ที่จะตองพัฒนาขึ้นมีดังนี้
• การสรางความเชื่อมั่นในตนเอง • ความรอบรู้
• ความกระตือรือรน • ความคิดริเริ่ม เป็นต้น2. การพัฒนาบุคลิกภาพภายนอก (External personality)
การที่คนเราไดพัฒนาบุคลิกภาพภายในแลว จะทําใหพฤติกรรม ทาที การแสดงออกในดานตางๆ จะงดงามเหมาะสม ไดรับการยอมรับศรัทธาและชื่นชมจากบุคคลอื่นรอบดาน ซึ่งบุคลิกภาพภายนอกที่จํา
เปนตองพัฒนาเช่น
• รูปรางหนาตา • กิริยาท่าทาง• การแตงกาย • การสบสายตา เป็นต้นธีรศักดิ์ อัครบวร (2542 : 94-95) ไดใหแนวคิดในการพัฒนาบุคลิกภาพของครูไววา
กระบวนการในการพัฒนาบุคลิกภาพมี 4 ขั้นตอน คือ
1. การวิเคราะหตนเอง (Self anlysis) 3. การฝึกฝนตนเอง (Self discipline)2. การปรับปรุงตนเอง (Self improvement) 4. การประเมินผลตนเอง (Self evaluation)
การพัฒนาบุคลิกภาพไว 3 องคประกอบ คือ1. การวิเคราะหตนดวยตนเอง ทําได 2 แนวทาง คือ
(1) การมองตนเองในดานดี
เปนความพยายามที่จะมองหาจุดเดน จุดความสําคัญของตนในอดีต การมองนี้จะมองทั้งดานประสบการณในการทํางาน ในการเรียนในทางสังคม และอื่น ๆ โดยพยายามมองครบทุกดาน
(2) การมองจุดออนหรือจุดดอยของตน
เปนการพยายามหาจุดออนหรือจุดดอยของตนเอง คือ พยายามหาสิ่งที่ตรงกันขามกับขอที่ 1 นั่นเอง หาจุดออนเพื่อนํามาใชเปนแนวทางในการปรับปรุงตนเองในอนาคต
2. วิเคราะหตนโดยการอาศัยคนอื่น ทําได 2 แนวทางคือ
(1) การวิเคราะหโดยเปดเผย
การวิเคราะหโดยตรงคือ การที่เราเปดใจยอมรับการวิจารณเกี่ยวกับตัวเราโดยตรงและตอหนา โดยจะมีการวิจารณหรือวิเคราะหทั้งในดานจุดเดนและจุดออน
(2) การวิเคราะหโดยไมเปดเผย ไดแก
การวิเคราะหที่ผูถูกวิเคราะหไมทราบวาผูวิเคราะหเปนใคร วิธีการคือการใหผูวิเคราะหเขียนหรือวิจารณผูที่
ตองการวิเคราะหตามประเด็นที่กําหนดให โดยผูวิเคราะหไมตองระบุชื่อหรือตําแหนง
3. การวิเคราะหตนโดยอาศัยเครื่องมือ
ในการวิเคราะห ซึ่งผูเชี่ยวชาญในแตละดานพัฒนาขึ้นมาเครื่องมืออาจจะเปนแบบทดสอบแบบวิเคราะหตนเองซึ่งอาจจะพัฒนาโดยนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะหหรืออื่น ๆ ที่มีความชํานาญในดานนั้น ๆ สวนใหญเครื่องมือมักจะเปนแบบทดสอบและแบบวิเคราะห์บุคลิกภาพที่ดีของครู
เรียกวาภูมิฐานนั้นจําแนกได 4 ดาน ดังนี้
1. บุคลิกภาพทางกาย สามารถสรางความประทับใจครั้งแรกแกผูพบเห็น ซึ่งบุคลิกภาพทางกาย ไดแก
• รูปรางหนาตาและผิวพรรณ • การแตงกาย เปนการเสริมบุคลิกภาพใหดูดี ชวยใหรูปรางหนาตาและผิวพรรณมีชีวิตชีวา เปนการสรางเจตคติที่ดีตอครู การแตงกายจึงตองคํานึงถึงความเหมาะสมกับโอกาสกาลเทศะ ความสะอาด
• กิริยามารยาท เปนบุคลิกภาพในการวางตัวใหเหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล
2. บุคลิกภาพทางสังคม เปนบุคลิกภาพที่แสดงออกใหผูอื่นพบเห็นไดเชนเดียวกับบุคลิกภาพทางรางกาย ซึ่งบุคลิกภาพทางสังคมของครู ไดแก มารยาทที่ดีในดานการมีสัมมาคารวะ เชน การพูดวาจาออนหวานและพูดจาไพเราะ การออนนอมถอมตน องอาจ สงาผาเผย การวางตนไดเหมาะสมในสังคม การมีความจริงใจ ความรับผิดชอบและความซื่อสัตย เปนตน
3. บุคลิกภาพทางอารมณ ครูควรมีบุคลิกภาพทางสังคมที่ดีไดแก
(1) อารมณขัน
(2) อารมณดี
(3) อารมณเย็น
(4) ความฉลาดทางอารมณ
4. บุคลิกภาพของสติปญญา ชวยใหครูไดเปรียบในการแกปญหาตาง ๆ ชวยในการวิเคราะหปญหาตาง ๆ ได
ตองมีเหตุผลเขาใจความแตกตางระหวางบุคคลซึ่งเปนพื้นฐานในการจัดการเรียนการสอน การบริหารการ
ศึกษาตลอดจนเปนที่พึ่งของชุมชน เปนตน คุณลักษณะของครูที่ดีโดยทั่วไปครูเปนอีกอาชีพหนึ่งซึ่งเปนอาชีพที่เสียสละครูจึงตองมีลักษณะของครูที่ดีตองประกอบดวยความเมตตาและกรุณาที่ชวยยกระดับวิญญาณของมนุษย และชี้นําใหผูเรียนรูผิด รูชอบ รูชั่ว รูดีและที่สําคัญกวาสิ่งอื่นใด คือ ครูจะตองเปนผูสรางคนใหกลา ใหเกงและมีความเปนตัวของตัวเอง
(คณะอาจารยภาควิชาพื้นฐานการศึกษา วิทยาลัยครูสวนสุนันทา. 2537 : 2) ดังที่โบเยอ (Ernest L. Boyer)
คุณลักษณะของครูที่ควรไดรับการยกยองนโยบายในการผลิตและพัฒนาครูไทย คือ การสรางความเชื่อมั่นในวิชาชีพครู เพื่อจูงใจใหครูเกงครูดียังความ
เปนครูตอไป ครูสวนใหญอยากพัฒนา และคนรุนใหมสนใจอยากเปนครูในอนาคต กลยุทธหลักที่จะสรางความเชื่อมั่นในวิชาชีพครู คือ จัดใหมีระบบประกันคุณภาพครูซึ่งเปนวงจรที่มี 4 องคประกอบคือ การพัฒนาครู การประเมินคุณภาพครู การออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู และการตอบแทนหรือการยกยองครูในการยกยองครูมีผลตอการพัฒนาคุณภาพการศึกษา คุณลักษณะของครูที่ควรไดรับการยกยองควรมีลักษณะดังเดิม
กระบวนการคัดเลือกยกยองและใหรางวัลดังนี้(1) คัดเลือกครูที่มีผลงานดีเดนดวยวิธีประเมินผลงานในอดีตเทียบกับเกณฑมาตรฐานที่กําหนดโดยพิจารณาอยางเขมงวด ยุติธรรม ปราศจากการแทรกแซงจากทุกฝาย
(2) พิจารณางานในอนาคตครูที่ไดรับการประเมินผลงานในอดีตวามีผลงานดีเดนอยูในเกณฑที่กําหนดจะไดรับการคัดเลือกใหเสนอโครงการ ที่จะดําเนินการตอไปในอนาคต เพื่อการพัฒนาการฝกหัดครู
(3) ผูผานการพิจารณาไดรับการยกยองใหเปนครูแหงชาติระดับ 1
ลักษณะของครูดีตามศาสนาลักษณะของครูที่ดีตามแนวคิดทางศาสนาจะต้องเป็นครูที่มีคุณงามความดีเกี่ยวกับการงานหน้าที่ที่ได้ประพฤติปฏิบัติเพื่อความเจริญก้าวหน้าในชีวิตของความเป็นครู และต้องสำรวจดูตัวเองว่ามีคุณลักษณะของความเป็นครูที่ดีมากน้อยแค่ไหน ก็ต้องเป็นครู สามารถจะประเมินผลตนเองได้จากลักษณะของครูที่ดี จากผลการวิจัยจากหลักธรรมทางศาสนาและจากความคิดเห็นทั้งหลายของครูผู้อาวุโสในวงการศึกษา
หลักคำสอนของศาสนาอิสลาม ได้กำหนดลักษณะที่ดีไว้ดังนี้1. ครูต้องเป็นผู้ซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจของบุคคลทั่วไป2. ครูต้องให้อภัยซึ่งกันและกัน ไม่ผูกพยาบาทกัน3. ครูต้องวางตัวตนให้เป็นคนซื่อสัตย์และเที่ยงธรรม4. ครูต้องให้เกียรติแก่ผู้ให้เกียรติแก่ตนให้มากกว่า5. ครูต้องมีความอดทนในสิ่งที่ประสบ6. ครูต้องไม่ดูถูกดูแคลนระหว่างเพื่อนครูพี่น้อง7. ครูต้องหมั่นศึกษาหาวิชาเพิ่มเติมอยู่เสมอ8. ครูต้องมีความเพียรในกิจการทุกสิ่งทุกอย่าง9. ครูต้องมีความละอายต่อบาป10. ครูต้องมีความสำนึกผิด ทุกคนย่อมมีความผิด11. ครูต้องมีความสันโดษ12. ครูต้องเป็นผู้รู้คุณ13. ครูต้องมีวิญญาณครู14. ครูต้องประพฤติตนให้เป็นตัวอย่างที่ดีความหมายของค่านิยมค่านิยม หมายถึง แนวความคิด ความประพฤติหรือสภาพของการกระทำใด ๆ หรือสังคมนิยมชมชอบและเห็นเป็นสิ่งที่มีคุณค่าควรแก่การประพฤติปฏิบัติ จึงเป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนเองหรือสังคม
การพัฒนาค่านิยมในวิชาชีพครูการพัฒนาค่านิยมในวิชาชีพครู หมายถึง การทำให้ครูยอมรับความสำคัญของวิชาชีพความเจริญงอกงามของผู้ประกอบวิชาชีพและสถาบันวิชาชีพครูด้วย หรือการพัฒนาฝนวิชาชีพ คือ ทำความเชื่อมั่นใจในคุณค่าของความเป็นครูให้ดีขึ้น
ลักษณะสำคัญของค่านิยม1. เกิดจากการเลือกอย่างเสรี2. เป็นสิ่งที่บุคคลยอมรับอย่างเปิดเผย3. เป็นสิ่งที่บุคคลปฏิบัติซ้ำบ่อย ๆชนิดของค่านิยมค่านิยมแบ่งออกกว้างๆได้ 2 อย่าง คือค่านิยมในแง่บวก หมายถึง ค่านิยมในด้านดี ควรสนับสนุนและปลูกฝังแก่อนุชนหรือศิษย์ของชาติสืบไปค่านิยมในด้านลบ หมายถึง การยึดถือและปฏิบัติที่ไม่ดี หรือไม่ถูก ไม่ควร ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อค่านิยม1. ครอบครัว เป็นสถาบันแรกที่สร้างบุคลิกภาพหรือลักษณะนิสัยให้แก่เด็ก2. เพื่อนบ้าน มีความสำคัญเพราะมีการติดต่อคบค้ากัน อยู่เนือง ๆ3. โรงเรียน มีอิทธิพลต่อความประพฤติมากไม่น้อยกว่า ทางบ้าน เป็นต้นการพัฒนาค่านิยมการพัฒนาค่านิยมมี 2 แบบ คือ 1. การพัฒนาค่านิยมโดยวิธีการแห่งปัญญา2. การพัฒนาค่านิยมโดยวิธีการแห่งศรัทธาค่านิยมพื้นฐาน1. พึ่งตนเอง ขยันหมั่นเพียรและมีความรับผิดชอบ 3. มีระเบียบวินัยและเคารพกฎหมาย2. ประหยัดและอดออม 4. ปฏิบัติตามคุณธรรมของศาสนา เป็นต้นค่านิยมที่ครูควรนิยมค่านิยมที่ครูควรนิยม ที่สำคัญมีดังนี้ คือ1. มีระเบียบวินัย2. มีความซื่อสัตย์ สุจริต และยุติธรรม3. ขยัน ประหยัด และยึดมั่นในสัมมาชีพ4. สำนึกในหน้าที่และความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ เป็นต้นค่านิยมที่ครูไม่ควรนิยม1. การถือฤกษ์ถือยาม2. ความสนุกสนานเพลิดเพลิน3. ความฟุ่มเฟือย เป็นต้นค่านิยมและจริยธรรมที่ครูควรปลูกฝังแก่ศิษย์1. เคารพผู้อาวุโสและครูอาจารย์2. รักบิดามารดาและญาติพี่น้อง3. จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นต้นการพัฒนาค่านิยมในวิชาชีพครูคือ การทำความเชื่อความมั่นใจในคุณค่าของความเป็นครูให้ดีขึ้น ซึ่งสามารถพัฒนาในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้1 .เกียรติและศักดิ์ศรี การมีเกียรติและศักดิ์ศรีของวิชาชีพครูทุกอย่างมิใช่อยู่ที่การได้รับเงินเดือนมาก แต่ว่าอยู่ที่ความสุจริตของอาชีพ2. เป้าหมายของชีวิต เป้าหมายสูงสุดของครูก็คือ การยกระดับวิญญาณของศิษย์ไปสู่คุณธรรมอันสูงสุด
17 มีนาคม 2553 13:33
#525583
ขอบคุณมากๆๆคะ
21 กุมภาพันธ์ 2554 19:23
#670891
อยกให้อธิบายดีกว่านี้นิสนึง