|
• บุญแท้ ไม่ใช่การไปใส่บาตรที่วัดแล้วพอ ไม่ใช่คิดสร้างพระไตรปิฎกแล้วปลอดภัย บุญใกล้ตัว ที่พอจะทำให้ปลอดภัยจริง คือบุญอันเกิดจากการทำตัว "ให้ร้ายน้อยลง" และประพฤติตนให้ดี หนีความชั่วทุกวัน • ทำบุญมาก ช่วยให้ผ่านเคราะห์ร้ายง่าย แต่ไม่ทำบาปเลย จะไม่เจอเคราะห์ร้ายเลย .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. • ทำทาน โดยไม่รักษาศีล ต่อไปมักเป็นคนรวยที่ใจร้าย ทำทานรักษาศีล แต่ไม่เจริญสติ ต่อไปอาจเป็นคนดี ที่หาทางออกจากทุกข์ไม่เจอ .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. การทำบุญนั้นมีถึง ๓ ประเภทใหญ่ๆ ได้แก่ ๑) บุญอันเกิดจากการสละให้ เพ่งเอาการกำจัดความตระหนี่ และความพยาบาท ซึ่งเป็นด่านกักกันไม่ให้ความสุขภายนอกเข้า และไม่ให้ทุกข์ภายในออก ถ้าเห็นให้ได้จริงๆว่าโทษของความตระหนี่คือความหวงผิดๆ และโทษของพยาบาทคือความดิ้นรนเสียแรงเปล่า ให้กับการก่อเรื่องเดือดเนื้อร้อนใจ เราจะยินดีให้ทรัพย์ส่วนเกิน ให้แรง ให้กำลังสติปัญญา เท่าที่จะเห็นใครควรช่วย ไม่ใช่เพ่งเล็งแต่เฉพาะการทำบุญถวายสังฆทาน หรือใส่เงินเข้าซองผ้าป่าซองกฐิน นอกจากนั้นจะเต็มใจให้อภัย ไม่ใช่เพื่อสร้างภาพเป็นพ่อพระแม่พระ แต่เพื่อกำจัดเชื้อสายผู้ก่อการร้ายออกจากจิตวิญญาณตนเอง .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ๒) บุญอันเกิดจากการรักษาศีล เพ่งเอาการกำจัดความสกปรกและต้นเหตุความเดือดร้อนในชีวิต หากไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ผิดลูกเมียใคร ไม่โกหก และไม่กินเหล้าเมายาอี ก็เท่ากับไม่หลงลอยไปตามกระแสบาป ที่วิบากเก่าส่งเหยื่อมาล่อ การปฏิเสธเรื่องยั่วให้ผิดศีลธรรมนั้น คือการถอนตัวขึ้นจากหล่มวิบากชั่วทีละน้อย แล้วพัฒนาขึ้นสู่ที่สูง ที่สะอาด ที่สว่าง ที่สงบ วิบากชั่วเดิมๆก็ถอยกำลังลง วิบากดีเป็นของเดิมและเป็นของใหม่ก็ได้ช่องให้ผล อาจค่อยเป็นค่อยไปทีละน้อย หรืออาจพรวดพราดทันตา ขึ้นอยู่กับปัจจัยบวกในอดีตและปัจจุบันเข้มข้นเพียงใด .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. ๓) บุญอันเกิดจากการเจริญสติปัญญาเห็นตามจริง เล็งเข้ามาที่ใจเป็นหลัก ใจเห็นไหมว่าความคิดมาก ความหมกมุ่นคาราคาซังกับปัญหา ความน้อยใจชะตาชีวิต ความมีใจใส่กับเรื่องของคนอื่นเกินจำเป็น ฯลฯ ล้วนแล้วแต่เป็นต้นเหตุทุกข์ หากหางานใหม่ที่ไม่เป็นโทษให้กับใจ สนุกกับการรู้ สนุกกับการดูความไม่เที่ยงของใจในอารมณ์ต่างๆ ก็จะปล่อยวางกันที่สิ่งเกาะใจทั้งหลายอันเป็นต้นเหตุทุกข์ เมื่อใจไม่มีต้นเหตุทุกข์ ก็ย่อมเบาสบาย ไม่เป็นทุกข์เป็นธรรมดา เมื่อทำความเข้าใจว่าบุญมี ๓ ประเภทใหญ่ๆอย่างนี้ ก็คงพอตอบคำถามที่ว่าทำไมบางคนทำบุญมากถึงยังเป็นทุกข์ คำตอบคือเขายังขาดความใจที่ครบถ้วน หรือยังทำบุญไม่ครบวงจร หากทำบุญครบวงจรตามหลักของพุทธศาสนาแล้ว จะไม่มีเงื่อนไขไหน สถานการณ์เลวร้ายอันใด รบกวนจิตใจให้เป็นทุกข์ได้เลย (ดังตฤณ) โดย พระพิทักษ์ พงษ์สุวรรณ
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: ประมาณ 18 ชั่วโมง ที่แล้ว
|
|
เลิกล้มความตั้งใจ การล้มเลิกความตั้งใจดีๆทำให้คุณอ่อนแอลง ส่วนการล้มเลิกความตั้งใจเลวๆทำให้คุณเข้มแข็งขึ้น การเลิกล้มความตั้งใจ มักมาคู่กับอารมณ์ล้มเหลว แต่ความล้มเหลวไม่จำเป็นต้องให้ความรู้สึกอ่อนแอเสมอไป หากฝ่ายที่ล้มเหลว คือฝ่ายอกุศล กุศลเป็นเหตุให้เข้มแข็ง อกุศลเป็นเหตุให้อ่อนแอ แม้จะยังไม่รู้สึกทันทีทันใด ในที่สุดก็เห็นผลเองโดยไม่ต้องนัดวัน คนเคยแข็งแรงอาจกลับอ่อนแอลงเพราะสะสมบาปไว้หนักอึ้ง ส่วนคนเคยอ่อนแอก็กลับเข้มแข็งขึ้นเพราะบุญที่สะสมไว้อิ่มตัวพอ การห้ามใจจากบาปอกุศลที่ตั้งใจทำให้สำเร็จ จึงจัดเป็นฝักฝ่ายความเข้มแข็ง ที่สำคัญคือ ไม่ถือว่าเสียสัตย์กับตนเอง เรื่องที่จะทำแล้วต้องทำให้ได้มีแต่เรื่องดีๆครับ ยิ่งรักษาความตั้งใจไว้ได้ยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ดูยาวๆแล้วจะรู้ (ดังตฤณ) โดย พระพิทักษ์ พงษ์สุวรรณ
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 8 วัน ที่แล้ว
|
|
สิ่งที่จะช่วยให้คุณได้ทำบุญทุกวันไม่ใช่เงิน แต่เป็นใจ เพียงมีใจ ก็อาจให้ทางบนถนน อดทนเมื่อถูกปาด อาจให้อภัยไม่ถือสากับการกระทบกระทั่งบนรถเมล์ ออกจากบ้านด้วยความรู้สึกเหมือนออกไปฝึกใจ ขับไล่ความมืดด้วยแสงสว่างจากบทฝึกนานัปการระหว่างวัน เพื่อกลับเข้าบ้านด้วยความรู้สึกเหมือนได้ไปทำบุญใหญ่โดยไม่ต้องรอวันพระ หากมีเงิน แต่ไม่มีใจ แม้กองบุญใหญ่อยู่ตรงหน้าก็ไม่คิดทำอยู่ดี พระพุทธเจ้าตรัสว่าใจเป็นใหญ่ ใจเป็นประธาน กรรมทั้งหลายสำเร็จได้ด้วยใจ เมื่อมีใจคิดให้ อย่างไรก็ทำบุญได้ตลอด และเมื่อทำบุญอยู่ตลอด วันตีตั๋วย้ายบ้านจึงสบายใจ รู้สึกตัวว่ามีเหลือเฟือพอจ่ายค่าบ้านใหม่ อยู่สบาย โล่งโถง ปลอดโปร่งได้เท่าใจตนเอง (ดังตฤณ) โดย พระพิทักษ์ พงษ์สุวรรณ
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 9 วัน ที่แล้ว
|
|
เรื่องเล็กไม่มี มีแต่บันไดของเรื่องใหญ่ ตั้งใจทำเรื่องเล็กๆให้ดี เพราะมันคือทักษะความสามารถในการทำเรื่องใหญ่ๆให้สำเร็จ ความใจร้อนทำให้คนส่วนใหญ่ชอบก้าวกระโดด ความใจเย็นช่วยคนส่วนน้อยตั้งอกตั้งใจเดินดีๆทีละก้าว ผลจึงเป็นว่า คนส่วนใหญ่ล้มลุกคลุกคลาน อยู่กับการพยายามกระโดดซ้ำไปซ้ำมา ขณะที่คนส่วนน้อยค่อยๆเดินไกลไปจากจุดเริ่มต้น เข้าใกล้เป้าหมายเข้าไปทุกที ข้อเท็จจริงนี้เป็นภาพที่เกิดขึ้นทั้งทางโลกและทางธรรม เพราะใจคนไม่ว่าเล็งไปในทางอยากสำเร็จ อยากรวย หรืออยากสงบ ก็เป็นความอยากอันเดียวกันนั่นเอง ความใจร้อนเป็นสิ่งที่ไม่ต้องฝึก แต่ความใจเย็นนั้น ต้องฝึก และฝึกกันนาน ความต่างของแต่ละคนจะอยู่ตรงที่ว่า ใครจะเริ่มฝึกจากคนสอน หรือใครจะเริ่มฝึกเพราะเจ็บตัวจากความใจร้อนก่อนกัน วิธีฝึกที่ดีที่สุด คือทำเรื่องเล็กๆน้อยๆในชีวิตประจำวันให้ดีที่สุด ความใจเย็น ความพิถีพิถัน จะสร้างสัมผัสอันละเอียดอ่อนขึ้นมา และช่วยให้เข้าใจได้ว่า ถ้าจะทำเรื่องใหญ่อย่างใจเย็น พิถีพิถัน จะเริ่มอย่างไร และทำให้สำเร็จด้วยมุมมองแบบไหน ถึงตรงนั้นแหละที่คุณจะรู้ว่า เรื่องเล็กไม่มี มีแต่บันไดของเรื่องใหญ่! (ดังตฤณ) โดย พระพิทักษ์ พงษ์สุวรรณ
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 11 วัน ที่แล้ว
|
|
ทะเลสวยต้องมีคลื่น...ชีวิตจะราบรื่นต้องมีอุปสรรค โดย Pinyada
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 19 วัน ที่แล้ว
|
|
• จิตที่เข้าใจวิธีเจริญสติ ย่อมพ้นทุกข์ ด้วยความสว่างสดใสทางปัญญา บางคนบอกว่า ให้ทาน รักษาศีลมามาก ทำไมยังทุกข์อยู่ : นั่นก็เพราะ ยังยึดมั่นกายและความรู้สึกนึกคิด อย่างเหนียวแน่น ไม่เคยสังเกต ไม่เคยทำให้สติเจริญขึ้นมารู้เลยว่า กายใจไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัวตน ก็เป็นธรรมดา ที่ย่อมไม่อาจรู้ว่าความพ้นทุกข์ด้วยปัญญา อันเกิดจากการเจริญสติ เป็นอย่างไรกัน .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. • พวกเราเป็นจิตวิญญาณ ที่หลับๆตื่นๆ เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนกรรม แต่ไม่เปลี่ยนอุปาทานว่ามีตัวเรา จนกว่าจะฝึกรู้ "ความไม่เที่ยง" ในกายใจ การฝึกรู้ความไม่เที่ยงในกายใจ จึงเป็นสิ่งที่สมควรทำที่สุดขณะยังมีชีวิต .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. • ยอดสุดของการรู้จักตัวเอง คือการค้นพบว่าไม่มีตัวฉัน พบว่ากายอันเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่ที่ตั้งของตัวฉัน พบว่าใจอันแปรเปลี่ยน ก็ไม่ใช่ที่ตั้งของตัวฉัน .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. .. • ที่สุดของความคุ้มในชีวิต มิใช่การใช้ชีวิตได้ตามอำเภอใจ แต่เป็นการได้หลุดพ้น จากการครอบงำตามอำเภอใจของชีวิตต่างหาก (ดั ง ต ฤ ณ) โดย พระพิทักษ์ พงษ์สุวรรณ
ดอกไม้: 1
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 20 วัน ที่แล้ว
|
ผู้เขียนได้มีส่วนร่วมในการนำเสนอการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเองด้วยปากเปล่า (Oral presentation) มีความคิดเห็นเกี่ยวกับการ ศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง “Independent Study : IS” คือ เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพวิธีหนึ่งที่ใช้กันอย่างกว้างขวางในการพัฒนาผู้ เรียน เพราะเป็นการเปิดโลกกว้างให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าอย่างอิสระในเรื่องหรือ ประเด็นที่ตนสนใจ เริ่มตั้งแต่การกำหนดประเด็นปัญหา ซึ่งอาจเป็น Public Issue และGlobal Issue และดำเนินการค้นคว้าแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย มีการวิเคราะห์ สังเคราะห์ การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อนำไปสู่การสรุปองค์ความรู้ จากนั้นก็หาวิธีการที่เหมาะสมในการสื่อสารนำเสนอให้ผู้อื่นได้รับทราบ และสามารถนำความรู้ที่ได้จากการศึกษาค้นคว้าไปทำประโยชน์แก่สาธารณะ
โดย
kru-aum
ดอกไม้: 2
· ความเห็น: 1
· สร้าง: 23 วัน ที่แล้ว
|
|
พอดีเข้าไปอ่านสาระบันเทิงในเวปไซด์ สนุก.คอม ไปเจอบทความที่เขาสอบถามนักเรียนก่อนเปิดภาคเรียนใหม่ว่าต้องการ ครูที่มีลักษณะอย่างไร เด็กๆเค้าก็ตอบต้องการให้ครูเป็นอย่างนั้น อย่างนี้รวมแล้วได้ 20 ข้อ แต่ถ้ามาถามครูว่าต้องการให้นักเรียนเป็นอย่างไร ครูตอบได้เลยว่าขอให้นักเรียนเป็นเด็กดี และขยันเรียนก็พอ ครูขอแค่ 2 ข้อ โดย puy
ดอกไม้: 1
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 25 วัน ที่แล้ว
|
|
กรรมที่ทำกับพ่อแม่ให้ผลทันตาจริงๆ พระอาจารย์ กล่าวว่า "อย่าไปคิดมีตัวเล็กๆ นะ ลูกคนอื่นน่ารักทุกคน พอเราเลี้ยงเองอยากจะบีบคอให้ตายวันละ ๓ รอบ ...(หัวเราะ)... เด็กๆ เขามาตามบุญตามกรรมที่เนื่องกันมา คนไหนที่อาละวาดกับพ่อแม่ไว้มากก็จะได้รับคืนไปหลายเท่า เรื่องกรรมที่ทำกับพ่อแม่นี่เห็นทันตาจริงๆ เห็นมาแทบทุกคน ตอนเด็กๆ ตัวเองแสบแค่ไหน ถึงเวลาตัวเองเป็นพ่อเป็นแม่แล้วโดนแสบกว่านั้นอีก ถ้าใครรู้ตัวว่าสร้างวีรกรรมไว้มาก พยายามเลี่ยงห่างๆ อย่าไปมีลูกเชียว ได้คืนแน่นอน..!" สนทนากับพระครูวิลาศกาญจนธรรม (พระอาจารย์เล็ก สุธมฺมปญฺโญ) ณ บ้านวิริยบารมี เดือนมีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๖ โดย puy
ดอกไม้: 1
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 26 วัน ที่แล้ว
|
|
เราสร้างความหวัง พร้อมความมั่นใจ
ดอกไม้: 1
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 26 วัน ที่แล้ว
|
|
ของอร่อย มาพร้อมกับความอ้วน หุหุ
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 26 วัน ที่แล้ว
|
|
โรงเรียนประถมมัธยมจะสอนก่อนแล้วค่อยให้สอบวัดผล โรงเรียนชีวิตให้สอบก่อนแล้วสอนให้สำนึก ส่วนโรงเรียนกรรมไม่มีการสอนมีแต่การสอบ โดยใบ้ให้แค่ว่าทุก คน ทุกชีวิต เกิดมาแตกต่างกัน ใครสนใจให้ไปหาเอาเองว่าทำไม ถึงต่าง (ดังตฤณ) โดย พระพิทักษ์ พงษ์สุวรรณ
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 28 วัน ที่แล้ว
|
|
ความรู้เต็มเปี่ยมเลย!!! โดย นางสาว เมวิกา มั่นคงขันติวงศ์
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 29 วัน ที่แล้ว
|
|
วันพฤหัสบดีที่ 25 เมษายน 2556 ได้เรียนรู้การนำ ICT ไปใช้กับการศึกษาอย่างหลากหลาย จากที่เคยใช้แต่เพียงหาสื่อมาสอน โดยเฉพาะ PowerPoint กับ วีดีโอ วันนี้ได้รู้ว่ายังมีเว็บไซต์อีกหลายอย่างที่ให้บริการในการศึกษา เช่น บทเรียน CAI ที่ให้ภาพและการโต้ตอบมากกว่า eDLTV ที่สามารถไปขอได้ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏใกล้บ้าน LMS ที่มีบทเรียนน่ารู้อีกหลายอย่าง และรวมถึง NEdNet ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ที่หลายหลาก อย่างนี้แล้วเมื่อกับไปสอนที่โรงเรียนคงได้สื่อนำไปใช้สอนอีกมาก ^^ โดย นางสาว สุภาพรรณ จิตรเกตุ
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 29 วัน ที่แล้ว
|
|
ฝันให้ไกลได้แต่อย่าหวังมากจนเกินตัว... โดย นางสาว ยุพาวรรณ - กระสวย
ดอกไม้: 1
· ความเห็น: 0
· สร้าง: 30 วัน ที่แล้ว
|
|
ถ้ามัวอุ้มอดีตไว้ ^__แล้วจะเอามือที่ไหนไปไขว่คว้าอนาคต โดย ศลิษา
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: ประมาณ 1 เดือน ที่แล้ว
|
|
เลิกเล่น เฟรส เพราะกะลังเห่อ บล็อค 55 โดย นพดล
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 1
· สร้าง: ประมาณ 1 เดือน ที่แล้ว
|
|
สร้างกำลังใจให้กับตัวเอง ... ในวันที่รู้สึกท้อและเหนื่อยล้า โดย ครู สุภาวดี พุฒจาด
ดอกไม้: 1
· ความเห็น: 0
· สร้าง: ประมาณ 1 เดือน ที่แล้ว
|
|
ศาตร์แห่งครูหมอโนรา ครูหมอโนรา คือบรรพบุรุษของโนรา บางทีจะเรียกว่า “ครูหมอตายาย” คือโนราจะนับถือครูหมอหรือครูโนรา และนับถือบรรพบุรุษของตน ซึ่งเรียกว่า “ตายาย” คนทางภาคใต้ส่วนใหญ่มีตายายเป็นโนรา เพราะสมัยก่อนนิยมโนรากันมาก คนดี คนเก่ง ต้องสามารถรำโนราได้ ผู้ที่รำโนราถือว่าโนรามีครูแรง ใครทำผิดจารีต หรือทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดไม่เหมาะ ไม่ควร ก็จะถูกครูหมอกระทำให้มีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา เวลาได้รับความทุกข์ยากต่าง ๆ ก็จะบนครูหมอ ให้พ้นจากความทุกข์ยาก หรือลูกหลานตายายโนราบางคนที่เจ็บป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุ ทำการรักษาด้วยหมอหลวงแล้วแต่ก็ยังไม่หายจากอาการป่วย ก็จะเชื้อเชิญครูหมอโนราเข้าประทับทรงเพื่อถามถึงสาเหตุของอาการป่วยและวิธี การรักษา และเมื่อพ้นจากความทุกข์ยากแล้วก็จะแก้บนด้วยการเล่นโนรา โรงครู หรือแก้บนด้วยการถวายหัวหมู เป็นต้น ในการแก้บนก็จะเชิญครูหมอโนราเข้าประทับทรง เพื่อรับของแก้บนอีกครั้งหนึ่ง ครูหมอโนราจึงถือเป็นเทพที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งมีอยู่หลายองค์ เช่น แม่ศรีคงคา หรือแม่ศรีมาลา พ่อเทพสิงหร ขุนพราน ยาพราน พรานบุญ (หน้าทอง) พรานทิพ พรานเทพ พ่อขุนศรัทธา หลวงสุทธิ์ นายแสน หลวงคงวังเวน พระยาถมน้ำ พระยาลุยไฟ พระยาสายฟ้าฟาด พระยามือเหล็ก พระยามือไฟ ตาหลวงคง เป็นต้น เวลาจะเข้าประทับทรงในแต่ละครั้งแล้วแต่ว่าครูหมอองค์ใดจะเข้าประทับ การประทับทรงครูหมอโนราจึงเป็นความเชื่ออย่างหนึ่งของชาวภาคใต้ที่มี บรรพบุรุษเป็นเชื้อสายโนรา โดยโนราบรรดาศักดิ์ พิทักษ์ศิลป์ ดูเพิ่มเติมที่ : http://krunora.blogspot.com/ โดย โนราบรรดาศักดิ์ พิทักษ์ศิลป์ (หรือโนรารุฐ์) บรรดาศักด์ โนราบรรดาศักดิ์ พิทักษ์ศิลป์ (หรือโนรารุฐ์) พิทักษ์ศิลป์
ดอกไม้: 0
· ความเห็น: 0
· สร้าง: ประมาณ 1 เดือน ที่แล้ว
|